สหรัฐฯ เตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% หวังสกัดเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปี
สหรัฐฯ เตรียมขึ้นดอกเบี้ย 0.75% สกัดเงินเฟ้อ (18.03.2026)

สหรัฐฯ เตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% หวังสกัดเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปี

ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด กำลังเตรียมการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้ง โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.75% ในเดือนหน้า หลังตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปีที่ 8.6% ส่งสัญญาณความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่ร้อนแรงเกินไป

เงินเฟ้อพุ่งสูงต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันต่อนโยบายการเงิน

ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือซีพีไอ เพิ่มขึ้น 8.6% ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 1981 ส่งผลให้เฟดต้องเร่งมาตรการควบคุมผ่านการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ระบุว่า "เรามุ่งมั่นที่จะลดอัตราเงินเฟ้อให้กลับสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ คาดว่าจะส่งผลกระทบในหลายด้าน:

  • ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ซึ่งอาจกดดันสกุลเงินอื่นๆ ทั่วโลก
  • ต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มสูงขึ้น สำหรับทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน
  • ตลาดหุ้นอาจผันผวน จากการปรับตัวของนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น
  • เศรษฐกิจโลกชะลอตัว เนื่องจากมาตรการควบคุมเงินเฟ้อที่รุนแรง

นักวิเคราะห์หลายรายคาดการณ์ว่า เฟดอาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกหลายครั้งตลอดปีนี้ เพื่อจัดการกับภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวโน้มและความท้าทายในอนาคต

แม้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ แต่ก็สร้างความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัวลงเกินไป เฟดต้องเดินบนเส้นทางที่ละเอียดอ่อนระหว่างการควบคุมราคาและหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย

นอกจากนี้ ภาวะขาดแคลนห่วงโซ่อุปทานและความขัดแย้งระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์เงินเฟ้อยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การตัดสินใจของเฟดในครั้งนี้จึงถูกจับตามองจากนักลงทุนและ policymakers ทั่วโลกอย่างใกล้ชิด