ธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% หลังเงินเฟ้อพุ่งสูง
ก.พ.ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% รับมือเงินเฟ้อ (19.04.2026)

ธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% หลังเงินเฟ้อพุ่งสูง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศแผนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ตามที่คาดการณ์ไว้ โดยการตัดสินใจครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งสัญญาณความกังวลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว

สาเหตุและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้มีสาเหตุมาจากปัจจัยหลักดังนี้:

  • เงินเฟ้อที่สูงขึ้น: อัตราเงินเฟ้อในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนการครองชีพของประชาชนสูงขึ้น
  • แรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก: สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน รวมถึงนโยบายการเงินของประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐอเมริกา มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของ ธปท.
  • การป้องกันความเสี่ยง: ธปท. ต้องการป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อสูงเกินไปจนกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ได้แก่:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  1. ต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้น: ธนาคารพาณิชย์อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ส่งผลให้ผู้บริโภคและธุรกิจมีภาระทางการเงินมากขึ้น
  2. การบริโภคลดลง: ประชาชนอาจลดการใช้จ่ายเนื่องจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะสั้น
  3. เสถียรภาพทางการเงิน: การปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจช่วยควบคุมเงินเฟ้อและรักษาความมั่นคงของค่าเงินบาทในระยะยาว

ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและแนวโน้มในอนาคต

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจหลายท่านให้ความเห็นว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บางส่วนกังวลว่าอาจชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 แนวโน้มในอนาคต ธปท. อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากเงินเฟ้อยังคงสูงต่อเนื่อง แต่จะคำนึงถึงผลกระทบต่อภาคธุรกิจและครัวเรือนด้วย

โดยสรุป การตัดสินใจของธนาคารแห่งประเทศไทยในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ แม้ว่าจะมีผลกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมในระยะสั้น แต่คาดว่าจะช่วยควบคุมเงินเฟ้อและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว