ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือเฟด กำลังเตรียมการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.25% ในเดือนหน้า หลังเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ
การตัดสินใจดังกล่าวมีพื้นฐานมาจากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายประการที่แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง อัตราการว่างงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แม้ว่าจะมีแรงกดดันจากราคาพลังงานและห่วงโซ่อุปทานที่ยังไม่คลี่คลาย
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและประเทศไทยในหลายด้าน ค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าลงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติอาจปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นในตลาดสหรัฐฯ
สำหรับตลาดหุ้นไทย อาจได้รับผลกระทบในระยะสั้นจากความผันผวนของกระแสเงินทุน แต่ในระยะยาว เศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวและการส่งออกอาจช่วยรองรับผลกระทบได้บ้าง
มาตรการรองรับของไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่น การดูแลเสถียรภาพของค่าเงินบาทและระบบการเงิน การสื่อสารนโยบายอย่างชัดเจนกับตลาด เพื่อลดความไม่แน่นอน และการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ภาครัฐยังเร่งดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อสร้างสมดุลและลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอกให้น้อยที่สุด



