ธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% หลังภาวะเงินเฟ้อสูงต่อเนื่อง
ก.พ.ปรับดอกเบี้ยขึ้น 0.25% เผชิญเงินเฟ้อสูง (01.03.2026)

ธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังวางแผนปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีก 0.25% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ตามการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ทางการเงิน การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม

ผลกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมและภาคธุรกิจ

การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงินปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของดอกเบี้ยสินเชื่อสำหรับภาคธุรกิจและครัวเรือน ธุรกิจขนาดเล็กและกลางอาจเผชิญกับต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อการขยายตัวและการลงทุนในอนาคต นอกจากนี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์และผู้บริโภคที่กำลังพิจารณาการกู้ยืมเพื่อซื้อบ้านหรือรถยนต์ก็อาจต้องเผชิญกับภาระทางการเงินที่หนักขึ้น

อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยเป็นมาตรการที่จำเป็น เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาวและป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อสูงเกินไปจนควบคุมไม่ได้ โดยทางธนาคารจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและอาจพิจารณามาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มเศรษฐกิจและความท้าทายในอนาคต

ในขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจช่วยบรรเทาปัญหาเงินเฟ้อได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็อาจชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้น นักเศรษฐศาสตร์หลายท่านแสดงความกังวลว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการกู้ยืมอาจลดการบริโภคและการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นอาจทำให้ราคาสินค้าและบริการปรับตัวเพิ่มขึ้น
  • ภาคการส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
  • รัฐบาลอาจต้องออกมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจและครัวเรือน

โดยรวมแล้ว การตัดสินใจของธนาคารแห่งประเทศไทยในครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญในสภาวะปัจจุบัน