YLG ร่วมโครงการสิงคโปร์ยกระดับสู่ศูนย์กลางการซื้อขายทองคำแห่งเอเชีย
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า สิงคโปร์ได้กำหนดแผนงานเพื่อยกระดับสถานะสู่การเป็น "ศูนย์กลางการซื้อขายทองคำแห่งเอเชีย" รองรับการเติบโตของความต้องการนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แผนงานและมาตรฐานระดับสากล
แผนงานดังกล่าวประกอบด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เกี่ยวข้องกับทองคำเพื่อสนับสนุนการกำหนดราคาและสภาพคล่อง การกำหนดมาตรฐานด้านการจัดเก็บในห้องมั่นคง (vaulting) และระบบโลจิสติกส์ให้สอดคล้องกับระดับสากล รวมถึงการสร้างระบบชำระบัญชี (clearing system) เพื่อรองรับการซื้อขายทองคำแท่งขนาดใหญ่นอกตลาดหลักทรัพย์
- ทองคำแท่งขนาด 400 ทรอยออนซ์ หรือประมาณ 12.4 กิโลกรัม ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการซื้อขายและชำระบัญชีในระดับสถาบันในลอนดอน
- ทองคำแท่งขนาด 1 กิโลกรัม เป็นมาตรฐานที่นิยมในตลาดเอเชียและได้รับการยอมรับในการส่งมอบตามสัญญาฟิวเจอร์สทองคำของ Comex ในสหรัฐฯ
ความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ
แผนงานนี้ถูกนำเสนอโดยธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) และสมาคมตลาดทองคำแท่งสิงคโปร์ (SBMA) หลังจากที่มีการหารือร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม โดยกลุ่มดังกล่าวประกอบด้วยธนาคารชั้นนำ เช่น DBS, ICBC Standard Bank, JPMorgan Chase, UBS, UOB รวมถึงตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SGX) และสภาทองคำโลก (World Gold Council)
นอกจากนี้ยังมีบริษัทค้าทองคำอย่าง StoneX APAC, YLG Bullion Singapore และโรงสกัดทองคำ Metalor Technologies Singapore เข้าร่วมด้วย MAS ระบุว่ากำลังศึกษาเรื่องการให้บริการห้องมั่นคง (vaulting services) สำหรับธนาคารกลางต่างประเทศและหน่วยงานของรัฐ (sovereign entities) โดยเป็นที่เข้าใจกันว่าทองคำดังกล่าวจะถูกจัดเก็บไว้ในห้องมั่นคงของ MAS เอง
การรองรับความต้องการเชิงพาณิชย์
ธนาคารกลางยังได้ระบุชื่อผู้ให้บริการห้องมั่นคงอีก 3 ราย ได้แก่ Brink’s Global Services, Loomis International (SG) และ Malca-Amit Singapore ซึ่งจะรองรับความต้องการในเชิงพาณิชย์เป็นหลัก รวมถึงการดูแลรักษาผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงการถือครองทองคำได้ เช่น กองทุน LionGlobal Singapore Physical Gold ETF ที่เพิ่งเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เมื่อวันที่ 26 มีนาคม
วัตถุประสงค์และยุทธศาสตร์
ความเคลื่อนไหวนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวางตำแหน่งสิงคโปร์ให้เป็นศูนย์กลางการซื้อขายทองคำที่น่าเชื่อถือในเอเชีย เทียบเท่ากับศูนย์กลางอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น ดูไบ เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ทองคำโลก ซึ่ง MAS มองว่าทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน
แม้ว่าราคาทองคำจะปรับตัวลดลงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ MAS ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเก็งกำไรในระยะสั้น แต่เน้นการสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) ที่ดึงดูดใจสำหรับการดำเนินกิจกรรมการซื้อขายทองคำในสิงคโปร์
บทบาทของ YLG และผลกระทบต่อตลาดไทย
ในส่วนของ YLG Bullion Singapore จะเข้าไปมีบทบาทในฐานะบริษัทผู้ค้าทองคำชั้นนำทำงานร่วมกับผู้ค้าทองคำยักษ์ใหญ่รายอื่น ๆ เป็นตัวแทนภาคเอกชนที่เชื่อมโยงความต้องการของนักลงทุนใน ASEAN เข้ากับมาตรฐานของสิงคโปร์
การร่วมในแผนงานครั้งนี้ YLG จะนำประสบการณ์ระดับสากลจากสิงคโปร์ มายกระดับตลาดทองคำไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานโลก และจะช่วยให้คนไทยเทรดทองผ่าน YLG ได้ง่ายและปลอดภัยระดับสากล เหมือนมี "ห้องมั่นคง" (Vault) ส่วนตัวอยู่ที่สิงคโปร์ ไม่ต้องกลัวความผันผวนของค่าเงินบาท
มุมมองระยะยาวและเป้าหมายราคา
การขยับตัวของสิงคโปร์ในครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญาณว่าระยะยาวทองคำยังคงได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนและธนาคารกลาง ซึ่งเป็นสัญญาณสะท้อนว่าสิงคโปร์มองว่าตลาดทองคำจะยังเป็นขาขึ้นต่อไป
สอดคล้องกับมุมมองของวายแอลจีที่ยังคงมองว่าระยะยาวปีนี้ทองคำจะยังเป็นขาขึ้น และให้เป้าหมายแรกไว้ที่ 5,596 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ (86,600 บาทต่อบาททองคำ) หากผ่านได้ลุ้นเป้าหมายถัดไปที่ 5,824 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ (90,000 บาทต่อบาททองคำ)



