บีโอไอเร่งเครื่องกลไก 'Thailand FastPass' ปลดล็อกการลงทุน อนุมัติโครงการใหม่ 7 พันล้านบาท
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบอร์ดบีโอไอ ได้ประชุมและวางยุทธศาสตร์เชิงรุกผ่านกลไก "Thailand FastPass" เพื่อเร่งรัดโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายให้เกิดการลงทุนจริงโดยเร็วที่สุด โดยเน้นการขจัดอุปสรรคสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานและข้อจำกัดทางกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติ
ผลการประชุมและโครงการอนุมัติ
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการลงทุน 2 โครงการ มูลค่ารวม 7,143 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงโครงการเช่าเครื่องบินใหม่ 8 ลำ ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อเสริมแกร่งเส้นทางบินระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังผ่อนผันสัดส่วนการจ้างงานบุคลากรไทยในกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ โดยกำหนดเงื่อนไขให้มีการฝึกอบรมพนักงานไทยทดแทนภายในระยะเวลา 3 ปี
การแก้ไขปัญหาคอขวดและแผนการลงทุน
บอร์ดบีโอไอยังได้วางแนวทางแก้ไขปัญหาคอขวด 2 ด้านหลัก ได้แก่
- ด้านไฟฟ้าและพลังงานสะอาด: เพื่อรองรับกลุ่ม Data Center ที่ได้รับการส่งเสริมแล้ว 55 โครงการ ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงถึง 4.5 กิกะวัตต์ โดยมอบหมายให้ กกพ. บูรณาการแผนบริหารจัดการพลังงานให้เพียงพอและยั่งยืน
- ด้านการจัดหาพื้นที่ลงทุน: เร่งทบทวนผังเมืองและปรับปรุงกฎหมายที่ดินสาธารณสมบัติในนิคมอุตสาหกรรมให้เสร็จภายใน 1 ปี พร้อมเตรียมออกประกาศแนวทางปฏิบัติการขุดและถมดินในเดือนเมษายนนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการเริ่มเตรียมพื้นที่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นายนฤตม์ระบุว่า ปัจจุบันโครงการในเฟสแรก 16 โครงการ มูลค่ารวม 170,000 ล้านบาท ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนครบทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ บีโอไอยังติดตามโครงการใหญ่สะสมปี 2566–2568 อีก 78 โครงการ มูลค่ารวม 480,000 ล้านบาท ซึ่งหากปลดล็อกปัญหาด้านไฟฟ้าและที่ดินได้สำเร็จ คาดว่าจะเกิดเม็ดเงินลงทุนจริงหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยเพิ่มอีก 350,000 ล้านบาท ภายในปี 2570
ความสำคัญของกลไก 'Thailand FastPass'
กลไก "Thailand FastPass" ถูกออกแบบมาเพื่อลดขั้นตอนและเวลาในการอนุมัติโครงการลงทุน โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย การดำเนินการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนจากต่างชาติ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก
ด้วยมาตรการเหล่านี้ บีโอไอคาดหวังว่าจะสามารถดึงดูดการลงทุนเพิ่มเติมและกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของโลกในปัจจุบัน



