InnovestX เตือน! เศรษฐกิจถดถอย 'จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย' หลังสงครามยืดเยื้อ GDP ไทยเสี่ยงวูบเหลือ 1%
InnovestX เตือนเศรษฐกิจถดถอย 'จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย' GDP ไทยเสี่ยงวูบ

InnovestX เตือนโลกผันผวนหนัก จับตาเศรษฐกิจถดถอย 'จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย' หลังสงครามยืดเยื้อ

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์เอกซ์ หรือ InnovestX ออกมุมมองการลงทุนในไตรมาส 2 ปี 2569 ชี้ตลาดการเงินโลกเผชิญความผันผวนสูงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะสงครามในตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นกลายเป็นตัวเร่งให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว พร้อมกับเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเร่งตัวจนกระทบนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั่วโลก

ตลาดปิดรับความเสี่ยง ดอลลาร์แข็งค่า กดดันหุ้นยุโรป-เอเชีย

นายสุทธิชัย คุ้มวรชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายนักวิจัย InnovestX ระบุว่า ในระยะสั้น ตลาดจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นในกลุ่มยุโรปและเอเชีย โดยเฉพาะประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูงอย่างประเทศไทย

'จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย' คือภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ด้านนายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน กล่าวว่า ตลาดกำลังก้าวเข้าสู่การเผชิญหน้ากับ 'จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย' นั่นคือภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือ Recession ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ตลาดเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้นหลังจากนี้ เขาตั้งข้อสังเกตว่า ตลาดอาจกำลังให้น้ำหนักกับ Recession น้อยเกินไป ขณะที่ราคาน้ำมันจะไม่สามารถกลับไปอยู่ที่จุดเดิมเมื่อต้นปีที่ 50-60 ดอลลาร์ได้ในระยะเวลาอันส้าย เว้นแต่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรงเท่านั้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ที่น่าสนใจคือ ปกติเมื่อมีสงคราม ทองคำต้องพุ่ง แต่คราวนี้ทองคำกลับปรับตัวลดลงผิดปกติ เพราะทุกคนไปโฟกัสเรื่องเงินเฟ้อและการเปลี่ยนทิศทางดอกเบี้ย จนตลาดมองว่ามีสินทรัพย์อื่นที่ป้องกันความเสี่ยงสงครามได้ดีกว่าทองคำในรอบนี้คือน้ำมัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

3 ฉากทัศน์ GDP ไทยเสี่ยงลดลงเหลือ 1% หากสงครามยืดเยื้อ

นายปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ InnovestX เผย 3 ฉากทัศน์ของ GDP และเงินเฟ้อไทยในปี 2569 ดังนี้

  1. กรณีฐาน: หากสงครามเคลียร์ได้ภายใน 2-3 เดือน GDP ไทยจะขยายตัวได้ราว 1.4% จากเดิมคาด 1.7% เงินเฟ้ออยู่ที่ 0.8% และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้
  2. กรณีเลวร้าย: หากสงครามลากยาวเกินหนึ่งปี น้ำมันจะยืนสูงเกิน 100 ดอลลาร์ ฉุด GDP ไทยวูบลงเหลือเพียง 1.0% ขณะที่เงินเฟ้อจะพุ่งเกิน 1% บีบให้ ธปท. อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรักษาเสถียรภาพ
  3. กรณีจบเร็ว: ซึ่งมองว่าตอนนี้เป็นไปได้ยากแล้ว แต่คาดว่า GDP จะอยู่ที่ 1.7% และเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.3%

InnovestX คาดว่า ในไตรมาส 2 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ส่วนสิ้นปี 2569 จะอยู่ที่ 0.75% ขณะที่เงินบาทคาดว่าจะอ่อนค่าอยู่ในระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ทั้งปีคาดว่าอยู่ที่ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สำหรับสมมติฐานราคาน้ำมันดิบ Brent เฉลี่ยอยู่ที่ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

รัฐบาลใหม่เป็นแต้มต่อ แต่ต้องเร่งรับมือราคาพลังงาน

แม้ปัจจัยภายนอกทิศทางจะดูไม่ดีมากนัก แต่ในมุมมองของ InnovestX ประเทศไทยยังมีแต้มต่อจากการที่ได้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารงานได้เร็วและดูมีเสถียรภาพ ซึ่งตลาดคาดหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว ส่วนโจทย์ที่ด่วนที่สุดของรัฐบาล มองว่าคือการรับมือกับราคาพลังงาน ซึ่งคาดว่ารัฐบาลจะเริ่มออกมาตรการดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยมาตรการกระตุ้นการบริโภค เช่น คนละครึ่ง พลัส และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว

กลยุทธ์การลงทุน: ลดหุ้นเสี่ยง หันโฟกัส Domestic Play

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน InnovestX แนะนำให้ลดการถือหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก และหันมาโฟกัสหุ้น Domestic Play ที่มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง เพื่อให้อยู่รอดท่ามกลางต้นทุนที่พุ่งสูง โดยธีมการลงทุนที่น่าสนใจ InnovestX มองว่าคือ กลุ่มเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของ Data Center กลุ่มพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า ซึ่งเติบโตตามความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกลุ่ม Global Defense ที่ได้รับอานิสงส์จากการเพิ่มขึ้นของงบประมาณด้านความมั่นคง

โดยหุ้นต่างประเทศที่แนะนำ ได้แก่ Alphabet, Amazon, TSMC, ASML, Palantir, Mitsubishi Heavy Industries, GE Vernova, Advantest, Goldman Sachs ส่วนตลาดหุ้นไทย ประเมินเป้าหมายของ SET Index ในปี 2569 ที่ระดับ 1,500 - 1,530 จุด โดยมีกลุ่ม ICT กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก สำหรับหุ้นที่แนะนำ ได้แก่ ADVANC, BBL, BDMS, BEM และ GULF ซึ่งเป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีระดับมูลค่าที่เหมาะสมและมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรในระยะต่อไป

นอกจากนี้ยังแนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการถือเงินสดเยอะขึ้นและหาจังหวะซื้อหุ้นเมื่อราคาถูกลง แต่หากใครมีหุ้นอยู่แล้ว แนะนำว่าให้เปลี่ยนไปถือหุ้นประเภทอื่น เช่น การลงทุนภาคการทหาร โดรน พลังงานสะอาด พลังงานทางเลือก และหุ้นที่มีความสามารถในการกำหนดราคาสูง เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางปี 2569 ไม่ใช่เพียงวิกฤตชั่วคราว แต่คือจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของราคาน้ำมันและโลกการเงิน นักลงทุนจึงต้องปรับพอร์ตให้รับมือกับ 'New Normal' หลังสงคราม