คอลัมน์ Sustainable together สัปดาห์นี้ พาไปสนทนากับนายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. ถึงแผนงาน Decarbonization หรือกระบวนการลดและกำจัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคอุตสาหกรรมและพลังงาน เพื่อมุ่งสู่การลดภาวะโลกร้อน และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero
ความสำเร็จ 12 หน่วยผลิตไฟฟ้า
นายศิริเมธเปิดเผยว่า บริษัทได้กำหนดเป้าหมายการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมพลังงานสะอาด เพื่อเดินหน้าสู่การลดการใช้พลังงานในโรงไฟฟ้า นำไปสู่การผลิตไฟฟ้าและไอน้ำที่มีเสถียรภาพ พร้อมลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ตามแผนยุทธศาสตร์ Decarbonization Roadmap
“ปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถลด Carbon Intensity หรือความเข้มข้นของคาร์บอนต่อการผลิตไฟฟ้า 1 หน่วย ได้แล้ว 10% เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายลดลง 35% ภายในปี 2573 และ Net Zero Emissions ภายในปี 2593”
ล่าสุด บริษัทได้ยกระดับแผนปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยผลิตไฟฟ้าต่างๆ จำนวน 12 โครงการ โดยสามารถลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ได้ถึง 8,066 ตันต่อปี เทียบเท่าการลดใช้พลังงานได้ 419,476 ล้านบีทียู คิดเป็นมูลค่า 150 ล้านบาท และสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 22,420 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
กลยุทธ์บริหารความเสี่ยงและเทคโนโลยีดิจิทัล
นับเป็นกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่สามารถลดความผันผวนของราคาแอลเอ็นจีจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง รวมทั้งยังได้พัฒนาโซลูชัน โดยนำระบบ Real Time Optimization (AI & Digital) มาวางแผนการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า การบริหารระบบโรงไฟฟ้า ทั้งในด้านประสิทธิภาพและการติดตามสถานะอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อจัดเก็บข้อมูลอย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีขึ้นมาใช้ภายในกิจการ เพื่อให้การวางแผนการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าและไอน้ำเต็มประสิทธิภาพ การเพิ่มศักยภาพทีมบุคลากรระหว่างทีมผลิต (Operation) และทีมบำรุงรักษา (Maintenance) เพื่อวางแผนการเดินเครื่องและการหยุดซ่อมบำรุง (Shutdown) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รองรับวิกฤติพลังงาน สร้างความมั่นคงในระบบการผลิตไฟฟ้า
แผนการเพิ่มประสิทธิภาพและพลังงานหมุนเวียน
บริษัทยังเดินหน้าแผนการเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้า ควบคู่กับการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ และได้เตรียมความพร้อมในการศึกษาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด อาทิ โรงไฟฟ้าเทคโนโลยีโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor) หรือ SMR GEN ที่มีความปลอดภัยสูง เพื่อนำมาทดแทนโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงหลัก ตอบสนองภาคการผลิตที่ต้องการไฟฟ้าและไอน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) และไฮโดรเจน
ทั้งหมดนี้ เพื่อตอบโจทย์ในเรื่องของราคาค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม ประกอบกับการสนับสนุนลูกค้าอุตสาหกรรมและประเทศไทย ให้เดินหน้าสู่เป้าหมายลดโลกเดือด



