คลังเปิดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 5 พันล้าน ซื้อ EV-จักรยานยนต์ไฟฟ้า วงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท
คลังเปิดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซื้อ EV-จักรยานยนต์ไฟฟ้า (11.04.2026)

คลังเปิดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 5 พันล้านบาท ซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้า EV วงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท

ในขณะที่โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ 2569 ยังต้องรอการพิจารณา กระทรวงการคลังได้สั่งการให้ธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan GSB สำหรับการปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน โดยมีวงเงินโครงการสูงถึง 5,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์ไฟฟ้า EV รวมถึงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

รายละเอียดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับประชาชน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมประชาชนสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด ลดผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 5 ปี โดยมีดอกเบี้ยอัตราพิเศษ และสามารถยื่นขอสินเชื่อได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้ร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เปิดโครงการสินเชื่อ SME Green Productivity เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ในการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ครอบคลุมกระบวนการผลิตที่ลดการใช้พลังงาน ระบบพลังงานทดแทน และเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ เน้นรถไฮบริดและ EV ผลิตในไทย

สำหรับโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ 2569 ที่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษา นายเอกนิติ ระบุว่า มาตรการนี้มุ่งปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานในระยะยาว ลดการพึ่งพาน้ำมัน โดยจะสนับสนุนการซื้อรถใหม่ที่เป็นรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า เฉพาะที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย

การอุดหนุนจากภาครัฐจะผ่านบริษัทผลิตรถยนต์ เพื่อลดราคาให้ลูกค้า ส่วนเกณฑ์การพิจารณารุ่นรถจะดูจากปริมาณการปล่อยคาร์บอนที่ต่ำ ภายใต้เกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังออกแบบมาตรการเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

ความสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อเศรษฐกิจไทย

อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยมีสัดส่วนต่อ GDP ประเทศประมาณ 10% - 12% มูลค่าตลาดสูงถึงราว 2.1 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 11% ของ GDP นอกจากนี้ ยังมีการจ้างงานทางตรงและทางอ้อมรวมกันมากกว่า 600,000 - 850,000 คน และเป็นส่วนสำคัญของการส่งออกประเทศ

มาตรการสนับสนุนจากกระทรวงการคลังในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่ช่วยลดมลพิษและผลกระทบจากพลังงาน แต่ยังเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว