รัฐบาลได้เปิดแผนพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio-Circular-Green Economy: BCG) อย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการลงทุนและสร้างรายได้ให้กับประเทศ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจชีวภาพของภูมิภาคอาเซียน
รายละเอียดแผนพัฒนา BCG
แผนพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพครอบคลุม 4 สาขาหลัก ได้แก่ เกษตรและอาหาร สุขภาพและการแพทย์ พลังงานและวัสดุชีวภาพ และการท่องเที่ยวและบริการ โดยรัฐบาลตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนของเศรษฐกิจ BCG ให้คิดเป็นร้อยละ 25 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ภายในปี 2570
มาตรการส่งเสริมการลงทุน
เพื่อดึงดูดนักลงทุน รัฐบาลได้จัดทำมาตรการส่งเสริมการลงทุนหลายประการ ได้แก่ การลดหย่อนภาษีสำหรับกิจการที่เกี่ยวข้องกับ BCG การสนับสนุนเงินทุนสำหรับงานวิจัยและพัฒนา และการปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ
- ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลสูงสุด 8 ปี สำหรับกิจการที่ลงทุนในเทคโนโลยีชีวภาพ
- กองทุนร่วมทุนเพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพด้าน BCG
- การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมชีวภาพ
ความท้าทายและโอกาส
แม้แผนพัฒนา BCG จะมีศักยภาพสูง แต่ก็ยังมีความท้าทายหลายประการ เช่น การขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเชื่อว่าประเทศไทยมีจุดแข็งในด้านทรัพยากรชีวภาพที่หลากหลาย ซึ่งจะเป็นโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน
ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนแผน BCG โดยบริษัทชั้นนำหลายแห่งได้ประกาศแผนลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องแล้ว อาทิ การผลิตพลาสติกชีวภาพ การพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพ และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
รัฐบาลคาดว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพนี้จะช่วยสร้างงานใหม่มากกว่า 200,000 ตำแหน่ง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงร้อยละ 30 ภายในปี 2573



