บีเอเอ็ม (BAM) หรือ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กำลังปรับเปลี่ยนบทบาทครั้งสำคัญ จากบริษัทบริหารสินทรัพย์ทั่วไป สู่การเป็น 'โรงพยาบาลแก้หนี้' ภายใต้การนำของ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยมุ่งเน้นการหยิบยื่นโอกาสที่สองให้กับลูกหนี้ และเปิดโอกาสให้คนไทยทุกกลุ่มสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น
พันธกิจใหม่ของ BAM
ดร.รักษ์ เปิดเผยว่า ในอดีต BAM เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ทั่วไปที่รับซื้อหนี้เสียจากสถาบันการเงิน แล้วปรับโครงสร้างหนี้เพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ปัจจุบัน BAM เปลี่ยนโฟกัสไปที่การเป็น 'โรงพยาบาลแก้หนี้' โดยให้โอกาสลูกหนี้ในการปรับโครงสร้างหนี้ในราคาที่เป็นธรรม เช่น หากสมชายมีหนี้ 1 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยพักแขวน รวมเป็น 4 ล้านบาท BAM อาจเสนอให้ปรับโครงสร้างหนี้ในราคาเพียง 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเพียงเงินต้น ทำให้ลูกหนี้มีโอกาสฟื้นตัวทางการเงิน
สินเชื่อบ้านที่ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน
ไฮไลต์สำคัญคือโครงการ 'ทรัพย์มหาชน' ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มีสลิปเงินเดือน เช่น ฟรีแลนซ์ แม่บ้าน พนักงานขับรถ ไรเดอร์ สามารถซื้อบ้านผ่อนกับ BAM ได้ โดยเริ่มต้นผ่อนเดือนละ 500 บาท สูงสุด 20 ปี ไม่มีการตรวจเครดิตบูโร เพียงแค่ดูรายได้จากสเตตเมนต์ย้อนหลัง 3 เดือนเท่านั้น
ในเฟสแรกปีที่แล้ว ทรัพย์มหาชนเน้นบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ส่วนเฟส 2 'ทรัพย์มหาชนพลัส' ขยายวงเงินเป็น 5 ล้านบาท สำหรับกลุ่มพนักงานเงินเดือนและข้าราชการชั้นกลางที่มีรายได้ 30,000-60,000 บาทต่อเดือน โดยทำเอ็มโอยูกับหน่วยงานราชการเพื่อหักเงินเดือนโดยตรง
โอกาสสำหรับคนตัวเล็ก
ดร.รักษ์ ยกตัวอย่างว่า พี่วินมอเตอร์ไซค์มีรายได้เฉลี่ย 30,000 บาทต่อเดือน สามารถผ่อนบ้านราคา 300,000-500,000 บาท เดือนละ 2,500 บาท ซึ่งไม่เกินกำลัง ส่วนแม่บ้านที่มีรายได้ 24,000 บาท ก็สามารถผ่อนเดือนละ 2,500-2,800 บาทได้เช่นกัน
นอกจากนี้ BAM ยังมีโครงการ 'สุขใจได้บ้านคืน' สำหรับผู้ที่ถูกยึดบ้าน ให้สามารถผ่อนบ้านคืนในราคาที่ต่ำลง โดยเปลี่ยนสถานะจากลูกหนี้เป็นลูกค้าเงินผ่อน ซึ่งช่วยลดความทุกข์และรักษาครอบครัวไว้
ทรัพย์มือสองเป็นทางเลือกการลงทุน
BAM ยังส่งเสริมให้ทรัพย์มือสองเป็นเครื่องมือลงทุน โดยมีทรัพย์ตั้งแต่ราคา 80,000 บาท ถึง 5,000 ล้านบาท ผู้ซื้อสามารถนำไปปรับปรุงและขายต่อใน 6 เดือน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในช่วงแรก เรียกว่า 'สมการ 6+6' ซึ่งช่วยให้คนตัวเล็กสามารถเริ่มต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้
ดร.รักษ์ กล่าวว่า ในภาวะเศรษฐกิจผันผวน ทรัพย์มือสองเป็นทางเลือกการลงทุนที่มั่นคง เนื่องจากที่ดินมีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น 3-7% ต่อปี หากปล่อยเช่าก็ได้ผลตอบแทน 7-10% รวมแล้วมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก
วิสัยทัศน์สู่อนาคต
BAM ตั้งเป้าเป็น 'Partner of Choice' หรือพันธมิตรในทุกโอกาสของชีวิต ตั้งแต่คนตัวเล็กไปจนถึงนักลงทุนรายใหญ่ โดยมีทรัพย์ให้เลือกหลากหลาย และมุ่งสร้างความหวังให้คนไทยสามารถมีบ้านเป็นของตัวเอง
ผู้สนใจสามารถติดต่อ BAM ได้ที่ 24 สาขาทั่วประเทศ, Call Center, หรือแอปพลิเคชัน BAM Choice ที่รองรับทุกระบบปฏิบัติการ



