บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 151.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.22 บาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 967.0 ล้านบาท และ EBITDA เพิ่มขึ้น 2% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก
ปัจจัยหนุนการเติบโต
ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BAFS เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวของไทยยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แม้อุปสงค์การเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากภูมิภาคเอเชีย จะเริ่มได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานที่ส่งผลให้สายการบินปรับลดเที่ยวบินในบางเส้นทาง แต่ปริมาณการให้บริการน้ำมันโดยรวมยังคงเติบโตได้ดี
เส้นทางภายในประเทศขยายตัว 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน และกลับมาอยู่ในระดับก่อนโควิด-19 แล้ว ขณะที่เส้นทางยุโรปเติบโต 8% เส้นทางเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกซึ่งเป็นตลาดหลักขยายตัว 3% และเส้นทางตะวันออกกลางแม้ได้รับแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังเติบโต 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ผลประกอบการแยกตามกลุ่มธุรกิจ
กลุ่มธุรกิจ Aviation
ปริมาณการเติมน้ำมันอากาศยานในไตรมาสแรกอยู่ที่ 1,486 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็น 92% ของระดับก่อนโควิด-19 และ 27% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 5,560 ล้านลิตร
กลุ่มธุรกิจ Utilities
รายได้รวม 102.9 ล้านบาท ลดลง 12% จากการลดลงของรายได้จัดเก็บน้ำมันและค่าขนส่งน้ำมันภาคพื้นดิน เนื่องจากภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัวในช่วงครึ่งหลังของเดือนมีนาคม 2569
กลุ่มธุรกิจ Power
รายได้รวม 74 ล้านบาท จากการขายพลังงานไฟฟ้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิลดลง 4%
BAFS GROUP ยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักท่ามกลางความผันผวนของพลังงานโลก โดยมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 14%



