คลังขยายฐานราคาน้ำมันในตารางคำนวณราคากลางก่อสร้าง ลดความเสี่ยงทิ้งงาน
กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการขยายฐานราคาน้ำมันในตารางคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง เพื่อรับมือกับวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานก่อสร้างของภาครัฐโดยตรง
การปรับปรุงเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า การขยายตารางรายละเอียดประกอบการถอดแบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้างในส่วนที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจปัจจุบัน ตามที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และหลักเกณฑ์การกำหนดราคากลางงานก่อสร้างกำหนดไว้ โดยมุ่งเน้นให้การคำนวณราคากลางสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และลดความเสี่ยงต่อปัญหาการทิ้งงานหรือการลดคุณภาพงานก่อสร้าง
กรมบัญชีกลางได้ขยายช่วงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 50.99 บาทต่อลิตร เป็นไม่เกิน 69.99 บาทต่อลิตร สำหรับใช้ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง การปรับปรุงนี้ครอบคลุมตารางการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการประกาศกำหนด จำนวน 6 ตาราง ได้แก่
- ตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง กรณีของรถบรรทุก 6 ล้อ
- ตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง กรณีของรถบรรทุก 10 ล้อ
- ตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง กรณีของรถบรรทุก 10 ล้อ และรถลากพ่วง
- ตารางค่าดำเนินการและค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร งานก่อสร้างทาง สะพาน และท่อเหลี่ยม
- ตารางอัตราราคางานดิน (Operating Cost) งานก่อสร้างชลประทาน
- ตารางอัตราราคางานปรับปรุงฐานรากและงานระเบิดหิน งานก่อสร้างชลประทาน
ผลกระทบต่อต้นทุนการก่อสร้างภาครัฐ
การขยายฐานราคาน้ำมันในตารางคำนวณราคากลางงานก่อสร้างนี้ มีผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานก่อสร้างของภาครัฐในหลายด้าน เช่น ค่าขนส่งวัสดุ ค่าใช้จ่ายเครื่องจักร และ ต้นทุนการดำเนินงานอื่น ๆ ซึ่งล้วนได้รับอิทธิพลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
นางแพตริเซีย มงคลวนิช กล่าวเสริมว่า "การขยายตารางรายละเอียดประกอบการถอดแบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้างในส่วนที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถนำไปใช้ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับต้นทุนจริง" โดยมาตรการนี้จะช่วยให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการโครงการก่อสร้างได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการทิ้งงานอันเนื่องมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่คาดคิด
การดำเนินการของกรมบัญชีกลางในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปรับตัวให้ทันต่อสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการก่อสร้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



