รัฐบาลเปิดตัวโครงการ 'ไทยช่วยไทย' ลดค่าครองชีพประชาชน หลังราคาน้ำมันพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง
รัฐบาลได้เปิดตัวโครงการ "ไทยช่วยไทย" เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน หลังสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนการดำรงชีวิตของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น โครงการนี้เป็นการร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับผู้ผลิตและผู้ค้าปลีก-ค้าสุดทั่วประเทศ เพื่อนำสินค้าจำเป็นมาจำหน่ายในราคาพิเศษ
สินค้าลดราคาหลายพันรายการ ครอบคลุมทั้งอุปโภคและบริโภค
โครงการ ไทยช่วยไทย ประกอบด้วยสินค้ากลุ่มอุปโภคที่ลดราคาสูงสุดถึง 50% และสินค้าบริโภคลดสูงสุด 25% ผ่านสินค้า House Brand ของห้างค้าปลีกต่างๆ สินค้าที่เข้าร่วมโครงการได้แก่ สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ข้าวสาร น้ำมันพืช น้ำปลา และเครื่องปรุงรส ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน โครงการมีกำหนดเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นระยะเวลา 2 เดือน และจะกระจายสินค้าไปยังร้านค้าทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงร้านโชห่วย เพื่อให้ประชาชนในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงได้
ห้างค้าปลีกใหญ่พาเหรดเข้าร่วมโครงการ ลดราคาสินค้าหลายพันรายการ
สำหรับผู้ค้าเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย ประกอบด้วยห้างค้าปลีกชั้นนำหลายแห่ง ดังนี้
- โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล นำสินค้า Own Brand กว่า 1,800 รายการมาจำหน่าย ผ่านทั้ง 14 สาขาทั่วประเทศและแอปพลิเคชัน GO WHOLESALE รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจกว่า 85 แบรนด์ที่มีสินค้ากว่า 1,000 รายการ
- Tops Thailand (ท็อปส์ ไทยแลนด์) เข้าร่วมโครงการด้วยสินค้า Own Brand กว่า 498 รายการ จากกว่า 11 แบรนด์ เช่น Tops, My Choice, Baggy, Smarter, Love The Value, Sofu Skin, Snacker, My Bite, Yindee, Kon Thai และ Juvie ครอบคลุมสินค้าประเภทอาหารสด อาหารแห้ง ของใช้ภายในบ้าน และสินค้าเพื่อสุขภาพ
- ซีพี แอ็กซ์ตร้า โดย โลตัส-แม็คโคร ยืนหยัดเคียงข้างคนไทยด้วยการเข้าร่วมโครงการและลดราคาสินค้ากว่า 5,000 รายการ
- บิ๊กซี ร่วมแคมเปญด้วยสินค้าลดราคากว่า 10,000 รายการ รวมถึงสินค้าแบรนด์เฉพาะของบิ๊กซี เช่น บิ๊กซี แฮปปี้ ไพรซ์, บิ๊กซี แฮปปี้ ไพรซ์ โปร, กาล่า, เบสิโค, คลีนดี, ไบตี้ และ วีอาร์เฟรช
มาตรการเสริมช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นอกจากโครงการลดราคาสินค้าแล้ว รัฐบาลยังมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางโดยเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 300 บาท เป็น 400 บาท เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ซื้อสินค้าจำเป็นควบคู่กับโครงการลดค่าครองชีพนี้ รวมถึงมีการพิจารณาช่วยเหลือค่าขนส่งทั้งระบบขนส่งสาธารณะ วินมอเตอร์ไซค์ และไรเดอร์ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในด้านการเดินทางอีกด้วย
โครงการ ไทยช่วยไทย ถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่มุ่งหวังให้ประชาชนได้ผ่อนคลายจากภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน โดยคาดว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับครัวเรือนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมในช่วง 2 เดือนข้างหน้า



