31 พฤษภาคม 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้พบและให้ข้อมูลศักยภาพประเทศไทยต่อนักลงทุนในหลายเวที พบว่าเอกชนฝรั่งเศสให้ความสนใจอุตสาหกรรมการบินของไทย ที่ตั้งเป้าทำให้ไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) และโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน
นายกฯ สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนฝรั่งเศส
นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอศักยภาพด้านการบินของไทย ทั้งในการประชุมกับเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยประจำภูมิภาคยุโรป การหารือกับ MEDEF International ซึ่งมีผู้แทนภาคเอกชนฝรั่งเศสเข้าร่วมกว่า 38 บริษัท และการพบหารือกับบริษัทชั้นนำของฝรั่งเศสเป็นรายบริษัท อุตสาหกรรมการบิน ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานและอุปกรณ์ หรือ MRO รวมถึงโลจิสติกส์ขั้นสูง เป็นหนึ่งในสาขาที่ได้รับความสนใจอย่างชัดเจน
จุดแข็งของไทยนอกเหนือจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
นางสาวรัชดากล่าวว่า จุดแข็งของไทยไม่ใช่เพียงที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ แต่อยู่ที่ความพร้อมของระบบรองรับทั้งห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่สนามบินอู่ตะเภา เมืองการบินภาคตะวันออก ระบบราง ท่าเรือ โครงข่ายโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ตลอดจนแรงงานที่สามารถยกระดับทักษะเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูงได้
โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก
สำหรับโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในเขต EEC ขณะนี้มีเป้าหมายรองรับผู้โดยสารสูงสุด 60 ล้านคนต่อปี นอกจากรองรับผู้โดยสารแล้ว ยังจะเป็นศูนย์ขนส่งสินค้าภาคพื้น มีพื้นที่สำหรับพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน และเขตปลอดอากร มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 218,788 ล้านบาท และเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานหลักของ EEC
ภาคเอกชนฝรั่งเศสแข็งแกร่งสอดรับกับทิศทางไทย
โฆษกรัฐบาลเผยอีกว่า ภาคเอกชนฝรั่งเศสมีความแข็งแกร่งด้านการบิน อวกาศ ระบบป้องกันประเทศ และเทคโนโลยีขั้นสูง จึงสอดรับกับทิศทางที่ไทยต้องการยกระดับ EEC ให้เป็นฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาค
นายกรัฐมนตรีใช้เวทีที่ฝรั่งเศสสร้างความมั่นใจว่าไทยพร้อมรับการลงทุนใหม่ อุตสาหกรรมการบินเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญ เพราะไทยมีทั้งทำเล โครงสร้างพื้นฐาน ซัพพลายเชน และกำลังคนที่จะต่อยอดเป็นศูนย์กลางของอาเซียนได้



