ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับการปรับปรุงเกณฑ์การซื้อขายครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและสร้างสมดุลให้กับตลาดทุนไทย หลังจากที่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการออกมาตรการจำนวนมากจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและสภาพคล่อง
สรุปการปรับปรุงเกณฑ์ครั้งสำคัญ
การปรับปรุงครั้งนี้ประกอบด้วยการเพิ่มมาตรการใหม่ 2 มาตรการ การปรับปรุงมาตรการเดิม 3 มาตรการ และการยกเลิกมาตรการอีก 3 มาตรการ โดยมีรายละเอียดดังนี้
มาตรการใหม่
- ปรับลดช่วงราคาซื้อขาย (Tick Size) ให้แคบลงสำหรับหุ้นที่มีราคาระหว่าง 2-50 บาท โดยเฉพาะช่วง 10-25 บาท เพื่อลดส่วนต่างราคาและต้นทุนการซื้อขาย เพิ่มโอกาสในการจับคู่คำสั่งซื้อขาย และเพิ่มสภาพคล่องโดยรวม
- เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม (Extra Charge) สำหรับบัญชีที่มีอัตราส่วนคำสั่งซื้อขายต่อการจับคู่สูง (High OTR) โดยเรียกเก็บจากบัญชีที่ส่งคำสั่งซื้อขายมากกว่า 30,000 รายการต่อวัน ในอัตรา 0.15 บาทต่อรายการ สำหรับส่วนที่เกิน เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและลดภาระระบบ ยกเว้นผู้ดูแลสภาพคล่อง
มาตรการที่ปรับปรุง
- ปรับปรุง Uptick Rule สำหรับการขายชอร์ต โดยในสภาวะปกติจะใช้เกณฑ์ Zero-Plus Tick และใช้เกณฑ์ Uptick เฉพาะเมื่อราคาปิดลดลงตั้งแต่ 10% จากวันก่อนหน้า โดยบังคับใช้รายหลักทรัพย์ในวันถัดไป ยกเว้นผู้ดูแลสภาพคล่อง
- ปรับปรุงข้อกำหนดหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตได้ ให้แคบลง โดยจำกัดเฉพาะหุ้นใน SET100, ETF, DR และหลักทรัพย์อ้างอิงของ Single Stock Futures พร้อมยกเลิกหุ้นอ้างอิงของ ETF และ DW
- ปรับปรุงเกณฑ์การขึ้นทะเบียน HFT เปลี่ยนจากการขึ้นทะเบียนล่วงหน้ามาเป็นการตรวจสอบพฤติกรรมหลังการซื้อขาย (Post-Audit) โดยพิจารณาจากการใช้ API เฉพาะ ความถี่ในการส่งคำสั่ง สถานะถือครอง และมูลค่าการซื้อขาย
มาตรการที่ยกเลิก
- ยกเลิกกรอบราคาซื้อขายแบบ Dynamic Price Band (DPB) เนื่องจากมักถูก Trigger ในหุ้นสภาพคล่องต่ำ ทำให้ไม่ตอบสนองวัตถุประสงค์
- ยกเลิกการจำกัดหลักทรัพย์ที่ HFT ซื้อขายได้ เนื่องจากมีการปรับเกณฑ์ขายชอร์ตให้แคบลงแล้ว
- ยกเลิก Minimum Resting Time (MRT) ที่บังคับให้คงคำสั่งซื้อขายไว้อย่างน้อย 250 มิลลิวินาที เนื่องจากมีพฤติกรรม Trigger น้อยมากและเป็นภาระระบบ
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า การทบทวนครั้งนี้เกิดจากการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสมดุลและยกระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยตลท. จะคงมาตรการใหม่ให้มีเสถียรภาพอย่างน้อย 18 เดือน เว้นแต่มีเหตุการณ์รุนแรงกระทบตลาด
ทั้งนี้ ตลท. เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 13-29 พฤษภาคม 2569 ก่อนเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาอนุมัติต่อไป



