ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 มีความเสี่ยงที่จะอ่อนค่าลงอีก แม้ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะเริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว แต่ผลกระทบจากราคาพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูงยังคงส่งผลต่อบัญชีเดินสะพัด (Current Account) ของประเทศไทย นอกจากนี้ แนวโน้มการสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงของหลายธนาคารกลางทั่วโลก ยังจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
ปัจจัยกดดันค่าเงินบาท
ttb analytics ระบุว่า ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดปริวรรตเงินตรามีความผันผวนสูง โดยเงินบาทเคลื่อนไหวตามข่าวเป็นหลัก คือ อ่อนค่าเมื่อความตึงเครียดเพิ่มขึ้น และราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่เกิดการปะทะ เงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 3.5% จาก 31.08 บาทต่อดอลลาร์ ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ มาอยู่ที่ 32.21 บาท ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 โดยแตะระดับสูงสุดที่ 33.00 บาท ณ วันที่ 23 มีนาคม 2569
สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากประเทศไทยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานสูง ประกอบกับช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีมักเป็นช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าตามฤดูกาลจ่ายปันผลของบริษัทจดทะเบียน ความเสี่ยงด้านอ่อนค่าของเงินบาทในปีนี้ยังไม่หมดไป โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินโลก ซึ่งคาดว่าผลกระทบจะเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงหลังจากนี้ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก
1. ผลกระทบราคาพลังงานสูงต่อดุลบัญชีเดินสะพัด
ผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลโดยตรงต่อดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยผ่านดุลการค้าที่แย่ลง เนื่องจากไทยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค โดยเฉพาะการนำเข้าจากกลุ่มตะวันออกกลางซึ่งเป็นสัดส่วนหลัก ไม่ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเร็วหรือช้า ผลกระทบต่อราคาและอุปทานพลังงานยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว เนื่องจากแหล่งผลิตพลังงานสำคัญถูกโจมตีเสียหาย ต้องใช้เวลาซ่อมบำรุงครั้งใหญ่
ในส่วนของดุลบริการก็ได้รับผลกระทบจากสงครามเช่นกัน หลังการขาดแคลนน้ำมันทำให้เส้นทางการบินถูกรบกวน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลาง ซึ่งคิดเป็น 27% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในปี 2568 และเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูงเมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวในภูมิภาคอื่น ล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2568) ได้ปรับลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 จาก 36.7 ล้านคน เหลือ 30.07-33.20 ล้านคน ขณะที่การขนส่งก็มีความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูงขึ้นจากค่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
2. ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินโลก
การเร่งขึ้นของเงินเฟ้อทั่วโลกจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง ส่งผลให้ทิศทางนโยบายการเงินโลกในปีนี้ยังไม่แน่นอน โดยการสื่อสารของหลายธนาคารกลางในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ส่วนใหญ่มีแนวโน้มสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ท่ามกลางความคาดหวังของตลาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้
ราคาทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นและทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากค่าเงินบาทมีความสัมพันธ์กับราคาทองคำสูงที่สุดในภูมิภาค ทำให้ทางการไทยพยายามออกมาตรการเพื่อลดความสัมพันธ์ดังกล่าว
สรุปทิศทางค่าเงินบาท
โดยสรุป ทิศทางค่าเงินบาทในช่วงครึ่งหลังของปียังมีความเสี่ยงด้านอ่อนค่าอยู่ หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินโลกที่ส่งผลต่อราคาทองคำ



