จีนกำลังดำเนินนโยบายย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศอาเซียนและเอเชียใต้ที่กลายเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ของนักลงทุน
สาเหตุหลักของการย้ายฐานการผลิต
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้จีนย้ายฐานการผลิต ได้แก่ ค่าแรงที่สูงขึ้นในจีน นโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่กดดันจีน รวมถึงความต้องการกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังทำให้เห็นถึงความเปราะบางของการพึ่งพาการผลิตจากที่เดียว
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก
การย้ายฐานการผลิตของจีนส่งผลให้ประเทศปลายทางได้รับเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย ขณะที่จีนเองก็เผชิญกับปัญหาการว่างงานและการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ
- เวียดนามได้รับอานิสงส์จากการย้ายฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์และสิ่งทอ
- อินโดนีเซียกลายเป็นฐานการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนสำคัญ
- อินเดียได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานผลิตโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ไอที
แนวโน้มในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการย้ายฐานการผลิตจะยังคงดำเนินต่อไปในระยะยาว แม้จีนจะพยายามรักษาความสามารถในการแข่งขันด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม อย่างไรก็ตาม ประเทศที่รับการย้ายฐานต้องเตรียมพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและแรงงานที่มีทักษะเพื่อรองรับการลงทุน
นโยบายนี้ยังส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยบริษัทข้ามชาติหลายแห่งหันมาใช้กลยุทธ์ "China Plus One" เพื่อกระจายความเสี่ยง ขณะที่จีนเองก็ต้องปรับตัวสู่การเป็นประเทศที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นแทนการเป็นเพียงฐานการผลิตต้นทุนต่ำ
ผลกระทบต่อประเทศไทยนั้น ไทยอาจได้รับประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตบางส่วน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ต้องแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีต้นทุนต่ำกว่า



