รัฐบาลเตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเพิ่มเติม หลังจากที่เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์ โดยมาตรการดังกล่าวจะเน้นการลดค่าครองชีพและเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนเป็นหลัก คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้
รายละเอียดมาตรการ
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นที่กำลังเตรียมการประกอบด้วย 3 มาตรการหลัก ได้แก่
- การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและค่าครองชีพของประชาชน โดยจะลดภาษีลง 1 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 3 เดือน
- การแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ให้กับผู้มีรายได้น้อยและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคนละ 1,000 บาท เพื่อใช้จ่ายในร้านค้าชุมชนและร้านค้าขนาดเล็ก
- การลดค่าไฟฟ้า ให้กับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน โดยจะลดค่าไฟลงร้อยละ 10 เป็นระยะเวลา 3 เดือน
เป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเพื่อให้มาตรการมีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด โดยคาดว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศและเพิ่มสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
นอกจากนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการระยะยาวเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทย เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้
ปฏิกิริยาจากภาคเอกชน
ภาคเอกชนโดยเฉพาะหอการค้าไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยต่างให้การต้อนรับมาตรการดังกล่าว โดยมองว่าจะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนยังคงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินนโยบายที่ช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
ทั้งนี้ รัฐบาลจะติดตามผลของมาตรการอย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป



