ธนาคารโลกเปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจไทยล่าสุด โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะขยายตัวที่ร้อยละ 2.4 ซึ่งชะลอตัวลงจากปีก่อนที่ร้อยละ 2.5 สาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของภาคการส่งออกที่ช้ากว่าคาด และอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโต
รายงานระบุว่าการส่งออกสินค้าของไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะความต้องการจากจีนและสหรัฐฯ ที่ลดลง ขณะที่การบริโภคภายในประเทศได้รับผลกระทบจากหนี้ครัวเรือนที่สูงและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น
ข้อเสนอแนะจากธนาคารโลก
ธนาคารโลกแนะนำให้ไทยเร่งปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการส่งเสริมนวัตกรรม นอกจากนี้ยังควรปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
- เพิ่มการลงทุนด้านการศึกษาเพื่อยกระดับทักษะแรงงาน
- ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาคการผลิตและบริการ
- ปรับปรุงระบบภาษีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างรายได้ให้รัฐ
แนวโน้มเศรษฐกิจระยะสั้น
ในระยะสั้น ธนาคารโลกคาดว่าการท่องเที่ยวจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะกลับมาใกล้เคียงระดับก่อนโควิด-19 ภายในปี 2568 อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง
ทั้งนี้ รายงานยังชี้ให้เห็นว่าการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายของธนาคารแห่งประเทศไทยและการอัดฉีดงบประมาณผ่านโครงการต่าง ๆ จะช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่การปฏิรูปโครงสร้างในระยะยาวเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน



