นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.15 น. ว่า บริษัทจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ออกรายงานระบุว่าประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีภูมิต้านทานหรือกันชนที่เข้มแข็งในการรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก ซึ่งถือเป็นข่าวดีต่อเนื่องจากที่มูดี้ส์ได้ปรับมุมมองต่อเศรษฐกิจไทยจากเชิงลบเป็นมีเสถียรภาพและน่าลงทุน
มูดี้ส์ให้มุมมองบวกต่อไทย
นายอนุทินกล่าวว่า รายงานของมูดี้ส์ไม่ได้มองเฉพาะด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการอำนวยความสะดวก ความโปร่งใส การทำงานที่รวดเร็ว และโครงสร้างของประเทศ ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั่วโลก
บีโอไออนุมัติลงทุน 9 แสนล้าน
เมื่อถามถึงประเด็นที่มูดี้ส์แนะนำให้ไทยสนับสนุนการลงทุนเพิ่มเติม นายอนุทินกล่าวว่า คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้อนุมัติคำขอส่งเสริมการลงทุนกว่า 9 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย หลังจากที่รัฐบาลได้วางรากฐานและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประชาคมโลก
นายอนุทินกล่าวว่า "ต้องฝากขอบคุณประชาชนทุกคน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนต้องช่วยกันเชียร์ประเทศไทย ไม่ใช่ออกมานั่งตำหนิรัฐบาลอย่างมีอคติ เพราะสิ่งที่เขาตำหนิมาก็ถูกกลบด้วยความเป็นจริงในวันนี้ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลกจัดอันดับให้ประเทศไทยดีแบบนี้ ซึ่งไม่มีใครไปวิ่งเต้นได้ ทุกอย่างต้องตรงไปตรงมาโปร่งใส คนที่ว่ากล่าวประเทศไทยไม่อยากให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า"
ไฟฟ้าสะอาดและสาธารณูปโภค
นายอนุทินกล่าวถึงประเด็นที่นักลงทุนยังกังวลเรื่องไฟฟ้าสะอาดและสาธารณูปโภคพื้นฐานว่า รัฐบาลพร้อมดำเนินการเป็นเฟสๆ เพื่อเพิ่มไฟฟ้าสีเขียว ซึ่งอยู่ในแผนอยู่แล้ว เมื่อมีการสนับสนุนการลงทุนดาต้าเซนเตอร์มากขึ้นและมีความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้น แนวโน้มของประเทศต้องลดการผลิตไฟฟ้าจากฟอสซิลไปสู่ไฟฟ้าสีเขียวที่สะอาดมากขึ้น โดยแผนนี้อยู่ในกลยุทธ์ 5T ที่นายเอกนิติวางนโยบายไว้ ได้แก่ Targeted, Transition, Transform, Transparency และ Together ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล



