น้ำมันดีเซลพุ่ง 6 บาท ส.อ.ท.เตือนต้นทุนขนส่ง-ผลิตพุ่ง 20-25% ค่าไฟฟ้าอาจระเบิด
น้ำมันดีเซลขึ้น 6 บาท ส.อ.ท.เตือนต้นทุนขนส่งพุ่ง 20-25%

น้ำมันดีเซลพุ่งพรวด 6 บาท ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขนส่งและผลิต ส.อ.ท.จับตาค่าไฟฟ้าอาจระเบิด

ราคาน้ำมันดีเซลได้ปรับเพิ่มขึ้นทันที 6 บาทต่อลิตร หรือคิดเป็น 18.2% ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร การปรับขึ้นครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนจากการอุดหนุนแบบทั่วไปไปสู่การอุดหนุนแบบพุ่งเป้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคขนส่งและต้นทุนการผลิต ทำให้ราคาสินค้ามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ผลกระทบต่อต้นทุนขนส่งและราคาสินค้า

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลในอัตราสูงทันทีนี้ ส่งผลกระทบรุนแรงต่อหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคขนส่งที่ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นทันที เนื่องจากน้ำมันดีเซลเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักในการขนส่งสินค้าและการผลิตในหลายอุตสาหกรรม

ส.อ.ท.คาดการณ์ว่า ต้นทุนขนส่งจะเพิ่มขึ้น 20-25% และราคาสินค้าจะปรับสูงขึ้น 8-10% ซึ่งสูงกว่าช่วงวิกฤตราคาพลังงานจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยในเดือนเมษายนนี้ เมื่อสต็อกสินค้าเก่าหมดลง ผู้ประกอบการจำเป็นต้องซื้อวัตถุดิบในราคาที่สูงขึ้น ทำให้การปรับขึ้นราคาสินค้าเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงได้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การปรับโครงสร้างราคาและแรงจูงใจในการลักลอบ

การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ยังเป็นการปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับระดับราคาน้ำมันในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันดีเซลของประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมีนัยสำคัญ เช่น มาเลเซียที่มีราคาอยู่ที่ 45.27 บาทต่อลิตร เทียบกับราคาก่อนปรับของไทยที่ 32.94 บาทต่อลิตร

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ส่วนต่างของราคาดังกล่าวได้ก่อให้เกิดแรงจูงใจในการลักลอบนำเข้าน้ำมันหรือขนส่งน้ำมันข้ามพรมแดน รวมถึงการเข้ามาเติมน้ำมันบริเวณชายแดนของประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ การปรับขึ้นราคาครั้งนี้จึงมีส่วนช่วยลดแรงจูงใจในการลักลอบดังกล่าว

ค่าไฟฟ้าที่อาจปรับขึ้นและผลกระทบต่อการผลิต

นอกจากนี้ ค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) ที่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นในเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมนี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอีก โดยคาดว่าค่าเอฟทีจะปรับขึ้นเกินกว่าระดับ 4 บาทต่อหน่วย

ผลกระทบนี้จะส่งผลต่อผู้ประกอบการที่ใช้ไฟฟ้าในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง เช่น อุตสาหกรรมการผลิตเหล็ก ซีเมนต์ เซรามิก เยื่อกระดาษ เคมี และอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรหนัก ค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นจะเป็นภาระเพิ่มต้นทุนการผลิตและทำให้ราคาสินค้าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นปรับตัวสูงขึ้นอีก

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและแนวทางการปรับตัว

ส.อ.ท.ประเมินว่า หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อและไม่มีมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศไทยอาจขยายตัวได้ไม่เกิน 1% โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ทุกการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 1 บาทต่อลิตร จะทำให้จีดีพีลดลง 0.02% สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยต่อความผันผวนด้านพลังงาน

ภายใต้วิกฤตพลังงานที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ภาคธุรกิจไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ควบคู่กับการลงทุนในพลังงานสะอาด รวมถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการวิเคราะห์ วางแผน และบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการดำเนินโครงการประหยัดพลังงานในองค์กรอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันรัฐบาลควรส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่างจริงจังและต่อเนื่อง