นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นถึงโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาหลายประการที่อาจทำให้งบประมาณดังกล่าวสูญเปล่า
5 ประเด็นที่ต้องทบทวน
1. ความคุ้มค่าของงบประมาณ
นายกรณ์ตั้งคำถามว่าเงินพันล้านที่จ่ายไปนั้นประเทศได้ประโยชน์อะไรกลับมา และมีประชาชนกี่คนที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รัฐบาลระบุว่าจะแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ระดับ Pro ให้คนไทย 5 ล้านคนฟรี 1 ปี โดยเฉลี่ยแล้วตกคนละ 324 บาทต่อปี แต่ฟังก์ชันพื้นฐานส่วนใหญ่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ฟรีอยู่แล้ว ที่น่าสนใจคือตัวเลข 5 ล้านคนนั้นดูเหมือนไม่ได้มาจากความต้องการจริง แต่มาจากการที่กองทุน DE Fund มีเงินเหลือประมาณ 1,600 ล้านบาท จึงนำมาตั้งโครงการให้พอดีกับวงเงิน
2. การใช้จ่ายแบบเช่าแทนการลงทุน
โครงการนี้มีลักษณะเป็นงบดำเนินการ (โอเปกซ์) คือการจ่ายค่าเช่าใช้บริการแบบปีต่อปี ซึ่งเมื่อครบ 1 ปี เงิน 1,600 ล้านบาทก็หมดไปพร้อมสิทธิ์ใช้งานของประชาชน ต่างจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนตามเจตนารมณ์ของกองทุน DE Fund ที่ต้องการพัฒนาแกนหลักดิจิทัลของประเทศในระยะยาว
3. ปัญหาความเป็นเจ้าของข้อมูล
แม้รัฐบาลจะชี้แจงว่าเซิร์ฟเวอร์ตั้งในประเทศไทยและข้อมูลถูกจัดเก็บในคลาวด์ภายในประเทศ แต่ซอฟต์แวร์ โมเดล AI และคลังข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานยังเป็นของบริษัทต่างชาติ 100% เมื่อหมดสัญญา ระบบก็ถูกดึงปลั๊กออก เงินและคุณค่าทางเทคโนโลยีก็ไหลออกนอกประเทศ
4. ความโปร่งใสใน TOR
เอกสารประกวดราคากำหนดรายละเอียดหลวมมาก ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ 1,500 ล้านบาทระบุเพียงว่าเป็น "ค่า Token ของ AI" โดยไม่บอกสัดส่วนแบรนด์ที่ชัดเจน ทำให้ตรวจสอบระบบหลังบ้านไม่ได้ นอกจากนี้การรองรับการใช้งานพร้อมกัน 500,000 รายต่อชั่วโมงนั้น เมื่อคำนวณแล้วรองรับได้เพียง 139 รายต่อวินาทีเท่านั้น
5. ทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า
นายกรณ์เสนอทางเลือกในการใช้งบ 1,600 ล้านบาทอย่างคุ้มค่า เช่น การจัดซื้อ GPU Clusters ของตัวเองเพื่อให้สตาร์ทอัพและนักพัฒนาไทยใช้ได้ต่อเนื่อง หรือการผลักดันไทยเป็น AI Builder Hub โดยใช้พื้นที่ว่างภาครัฐเป็น Sandbox ให้สตาร์ทอัพสร้างผลิตภัณฑ์ AI ที่ขายได้จริง รวมถึงการสนับสนุน SME ด้วยคูปองนวัตกรรม หรือการลงทุนพัฒนาโมเดลภาษาไทยร่วมกับมหาวิทยาลัย
นายกรณ์สรุปว่ารัฐบาลต้องทบทวนว่างบพันล้านก้อนนี้เศรษฐกิจไทยได้ประโยชน์อะไร ใครจะได้ใช้จนเกิดมูลค่าจริง และระหว่างการเอาเงินไปถมกำไรให้ต่างชาติผ่านสัญญาเช่า กับการปักเสาเข้มสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่คนไทยเป็นเจ้าของร่วมกัน แบบไหนจะคุ้มค่าเงินภาษีของประชาชนมากกว่ากัน



