นักวิเคราะห์เศรษฐกิจเผย 5 ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในปี 2568 ตั้งแต่ความไม่แน่นอนทางการเมือง ปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่ยังสูง การลงทุนจากต่างชาติที่ชะลอตัว ไปจนถึงความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน
1. ความไม่แน่นอนทางการเมือง
สถานการณ์การเมืองไทยยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน การจัดตั้งรัฐบาลที่อาจล่าช้าหรือเกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ส่งผลต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและการเบิกจ่ายงบประมาณ
2. หนี้ครัวเรือนที่สูงเป็นประวัติการณ์
หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งสูงถึงกว่า 16 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% ของจีดีพี ส่งผลให้กำลังซื้อภายในประเทศอ่อนแอ และเป็นอุปสรรคต่อการบริโภคภาคเอกชน
3. การลงทุนจากต่างประเทศชะลอตัว
การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในปี 2568 มีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนามและอินโดนีเซีย
4. ปัญหาสังคมสูงวัยและขาดแคลนแรงงาน
ไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้กำลังแรงงานลดลง ขณะที่ความต้องการแรงงานทักษะสูงเพิ่มขึ้น แต่ระบบการศึกษายังไม่สามารถผลิตบุคลากรได้ทันตามความต้องการ
5. เศรษฐกิจโลกผันผวนและสงครามการค้า
ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการส่งออกของไทย ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ปัจจัยภายใน เช่น การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่เต็มที่ และภัยธรรมชาติที่เกิดบ่อยครั้ง ก็เป็นความท้าทายเพิ่มเติมที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข



