เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.31 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 32.28-32.40 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงคืนที่ผ่านมา ตามจังหวะการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ที่ได้อานิสงส์จากความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านรอบที่ 2
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเงินบาท
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า บรรดาผู้เล่นในตลาดยังคงไม่เร่งรีบปรับสถานะถือครองมากนัก เพื่อรอลุ้นผลการประชุมของบรรดาธนาคารกลางหลัก ได้แก่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางยุโรป รวมถึงรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะหุ้นเทคฯ ใหญ่ นอกเหนือจากการติดตามพัฒนาการในตะวันออกกลาง
แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยังมีความไม่แน่นอนสูง แต่รายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฝั่งสหรัฐฯ ที่ส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาดช่วยหนุนบรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นเทคฯ ใหญ่ในธีมปัญญาประดิษฐ์และเซมิคอนดักเตอร์ เช่น Nvidia ปรับตัวขึ้น 4.0% และ Alphabet ปรับตัวขึ้น 1.7% ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.12% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 0.20%
ตลาดบอนด์และค่าเงิน
บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวแถวโซน 4.34% โดยมีจังหวะปรับตัวสูงขึ้นบ้างท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง แต่การปรับขึ้นเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังรอจังหวะทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ สอดคล้องกับข้อมูลโฟลว์ธุรกรรมซื้อบอนด์จากนักลงทุนสถาบัน
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ขยับขึ้นสู่โซน 98.5 จุด ขณะที่ราคาทองคำย่อตัวลงเล็กน้อยจากแรงกดดันของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ แต่ยังคงทรงตัวแถว 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากการเข้าซื้อ Buy on Dip ของผู้เล่นในตลาดบางส่วน
แนวโน้มค่าเงินบาท
นายพูน กล่าวว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูง ทำให้เงินบาทอาจผันผวนในกรอบ Sideways ที่กว้าง โดยกรอบการเคลื่อนไหวใน 24 ชั่วโมงคาดว่าจะอยู่ที่ 32.25-32.55 บาทต่อดอลลาร์
ขณะที่ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ 32.34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ 32.32 บาทต่อดอลลาร์ โดยดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ขณะที่นักลงทุนประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงหยุดชะงัก
การประชุมธนาคารกลางสำคัญ
นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมถึงถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยเฟดจะแถลงมติการประชุมในวันพุธที่ 29 เมษายนตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของพาวเวลในฐานะประธานเฟด ก่อนที่เขาจะครบวาระในวันที่ 15 พฤษภาคม ขณะที่ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนัก 100% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมครั้งนี้
นอกจากนี้ ตลาดจับตาการประชุมของธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางญี่ปุ่น ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางแคนาดาในสัปดาห์นี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าธนาคารกลางทุกแห่งจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้
สถานะการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ
เมื่อวานนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 271.07 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 244.20 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB: 32.25-32.50 แนะนำทยอยซื้อที่ 32.25 ขายที่ 32.50
- EUR/THB: 37.70-38.20 แนะนำซื้อที่ 37.70 ขายที่ 38.20
- JPY/THB: 0.2015-0.2055 แนะนำซื้อที่ 0.2015 ขายที่ 0.2055



