คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อเนื่อง ในการประชุมครั้งล่าสุด ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ โดยกรรมการเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมในการสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาว
การปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ
กนง. ได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2567 ลงจากเดิมที่คาดไว้ 3.0% เหลือ 2.7% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของการส่งออกและอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แต่ก็มีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
แนวโน้มเงินเฟ้อ
คณะกรรมการฯ คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2567 จะอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 1-3% โดยมีปัจจัยกดดันจากราคาพลังงานและอาหารสดที่ปรับตัวลดลง ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังคงทรงตัว อย่างไรก็ตาม กนง. ยังคงติดตามความเสี่ยงด้านเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
มุมมองต่อเศรษฐกิจไทย
กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง แต่มีความไม่สมดุลระหว่างภาคส่วน โดยภาคการท่องเที่ยวและบริการฟื้นตัวดี ขณะที่ภาคการผลิตและส่งออกยังชะลอตัว นอกจากนี้ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการบริโภคภาคเอกชนในระยะข้างหน้า
นโยบายการเงินในระยะต่อไป
กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่า ควรคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับปัจจุบันเพื่อประเมินผลกระทบจากนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล และติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด โดยพร้อมปรับเปลี่ยนนโยบายหากจำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
การตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้ค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยนักลงทุนรอติดตามปัจจัยใหม่ๆ โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และแนวโน้มดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)



