รัฐบาล 'อนุทิน 2' เปิดแผนเศรษฐกิจใหม่ มุ่งแก้หนี้-พลิกโฉมประเทศด้วยเทคโนโลยี
ในช่วงวันที่ 9-10 เมษายน 2569 รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เข้าสู่รัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายบริหารราชการแผ่นดิน โดยเน้นด้านเศรษฐกิจจากเอกสารความยาว 90 หน้า ซึ่งแสดงให้เห็นแนวทางที่แตกต่างจากการบริหารแบบเดิม ผ่านการ "Set Zero" ปัญหาเก่าและ "Re-structure" โครงสร้างใหม่ด้วย 5 ยุทธศาสตร์หลัก
ยุทธศาสตร์ที่ 1: แก้ปัญหาหนี้สินแบบเบ็ดเสร็จด้วย Big Data
รัฐบาลเริ่มต้นด้วยการแก้ไขปัญหาหนี้สินที่กัดกินประชาชนมาอย่างยาวนาน โดยใช้แนวทาง "ยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง" ผ่านการเชื่อมโยงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ระหว่างสถาบันการเงินและสหกรณ์ ไฮไลต์สำคัญคือมาตรการ "หนี้ดีมีรางวัล" ซึ่งมุ่งสร้างระบบเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับลูกหนี้ที่มีวินัยดี เพื่อจูงใจให้เกิดการชำระหนี้สม่ำเสมอ พร้อมเสริมทักษะการวางแผนการเงิน (Financial Literacy) ให้ประชาชน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายเร่งด่วนเพื่อลดต้นทุนชีวิต เช่น การลดค่าน้ำดื่มสะอาดและค่าพลังงานทันที เพื่อให้ประชาชนมีเงินเหลือสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่
ยุทธศาสตร์ที่ 2: ทลายกับดักรายได้ปานกลางด้วย AI และ Deep Tech
รัฐบาลมุ่งเป้าเปลี่ยนเครื่องยนต์เศรษฐกิจด้วยการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เน้นยุทธศาสตร์ AI for Productivity เช่น การให้บริการระบบบัญชีออนไลน์ฟรีและระบบประเมินภาษีฟรีสำหรับ SMEs รวมถึงการยกระดับทักษะแรงงานให้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สถาบันการศึกษาจะถูกผลักดันให้เป็นศูนย์กลาง Deep Tech โดยเน้นด้านเซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ และพลังงานสะอาด เพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ ตลาดทุนยุคใหม่จะได้รับการพัฒนาเพื่อระดมทุนผ่านกองทุนรวมวายุภักษ์และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โดยไม่เพิ่มภาระภาษีให้ประชาชน
ยุทธศาสตร์ที่ 3: สนับสนุน SMEs และต่อต้านธุรกิจนอมินี
ในมิติการค้า รัฐบาลประกาศจุดยืน "เปลี่ยนคู่ค้าเป็นพันธมิตร" บนพื้นฐานความเท่าเทียม พร้อมบังคับใช้มาตรการ "Made in Thailand First" ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีที่ยืนในห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังประกาศสงครามกับธุรกิจนอมินีข้ามชาติที่เข้ามาทำธุรกิจอย่างไม่โปร่งใส เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของวิสาหกิจชุมชนและ SMEs ไทยอย่างจริงจัง
ยุทธศาสตร์ที่ 4: พัฒนาเกษตรกรรมด้วยเทคโนโลยีและนโยบายดอกเบี้ยคนละครึ่ง
รัฐบาลผลักดันการเปลี่ยนผ่านเกษตรกรรมดั้งเดิมสู่ "เกษตรมั่นคง" ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพและ AI นโยบายสำคัญคือ "ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" ซึ่งรัฐจะช่วยรับภาระดอกเบี้ยกึ่งหนึ่งสำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะการใช้แม่ปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์คุณภาพ
การใช้ Big Data ในการเกษตรจะช่วยพยากรณ์น้ำและอากาศอย่างแม่นยำในระดับตำบล เพื่อลดความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง พร้อมปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อนและส่งเสริมการวิจัยเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิต
ยุทธศาสตร์ที่ 5: ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 365 วัน
รัฐบาลเตรียมออกกฎหมาย "โอนภารกิจท่องเที่ยวไปสู่กระทรวงวัฒนธรรม" โดยใช้การทูตวัฒนธรรมนำเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวจากเชิงปริมาณสู่เชิงมูลค่าสูง (Value-based)
นอกจากนี้ จะมีการพัฒนาพื้นที่รองรับกลุ่มอาชีพศักยภาพสูงที่ทำงานจากที่ไหนก็ได้ในโลก (Work from Anywhere) ให้มาพำนักในไทยระยะยาว พร้อมระบบประกันสุขภาพภาคบังคับที่เชื่อมโยงกับสาธารณสุขไทย
การแถลงนโยบายครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาล อนุทิน 2 กำลังเดิมพันกับเทคโนโลยีและข้อมูลเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการจัดการธุรกิจนอมินีข้ามชาติและการทำให้โครงการต่าง ๆ เชื่อมโยงกับทักษะดิจิทัลของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม



