เจาะลึกหุ้นแมนยู ราคาพุ่ง 1 ปีกำไร 29% แม้งบยังขาดทุน
เจาะลึกหุ้นแมนยู ราคาพุ่ง 1 ปีกำไร 29% แม้งบยังขาดทุน

ควันหลงจากศึกแดงเดือดนัดล่าสุดที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเปิดบ้านเฉือนชนะลิเวอร์พูล 3-2 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เรียกความเชื่อมั่นและแรงเชียร์จากแฟนบอลกลับมาได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ผลงานในสนามกำลังร้อนแรงต่อเนื่อง มุมมองตลาดทุนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พีแอลซี ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE: MANU) ที่มีมูลค่ากิจการระดับแสนล้านบาท ก็สะท้อนภาพบวกไม่ต่างกัน

ราคาหุ้นแมนยูวิ่งแรง ผลตอบแทนย้อนหลังเป็นบวก

ราคาหุ้นล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 18.00 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณหุ้นละ 588 บาท โดยมีผลตอบแทนย้อนหลังเป็นบวก ดังนี้

  • ย้อนหลัง 1 สัปดาห์ เพิ่มขึ้น 4.29%
  • ย้อนหลัง 3 เดือน เพิ่มขึ้น 7.30%
  • ย้อนหลัง 1 ปี เพิ่มขึ้น 29.20%
  • ย้อนหลัง 5 ปี เพิ่มขึ้น 9.03%

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังคงมีความอ่อนไหวต่อผลงานในสนาม ทำให้แม้ผลตอบแทนโดยรวมจะเป็นบวก แต่ทิศทางราคาก็ยังมีความผันผวนสูง และขึ้นอยู่กับความคาดหวังของนักลงทุนต่ออนาคตของทีม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลงานในสนาม = รายได้ในงบการเงิน

โมเดลธุรกิจของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีโครงสร้างรายได้หลักแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • รายได้เชิงพาณิชย์ (Commercial) 50% ของรายได้รวม มาจากสปอนเซอร์ระดับโลกและการขายสินค้าที่ระลึกและลิขสิทธิ์
  • รายได้จากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด (Broadcasting) 26% ของรายได้รวม มาจากส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดของพรีเมียร์ลีก รายการของยูฟ่า และช่อง MUTV
  • รายได้ในวันแข่งขัน (Matchday) 24% ของรายได้รวม จากการขายตั๋วเข้าชมและบริการต่างๆ ในสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด

จุดสำคัญที่สุดคือรายได้เหล่านี้ผูกติดกับผลงานของทีมโดยตรง หากทีมพลาดตั๋วไปเล่นในรายการใหญ่อย่างยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รายได้ส่วนของการถ่ายทอดสดและวันแข่งขันก็จะหายวับไปเป็นหลักร้อยล้านปอนด์ในทันที นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหุ้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถึงไม่ค่อยสนสภาวะเศรษฐกิจโลกเท่าไหร่ แต่กลับสวิงตามผลการแข่งขันอย่างใกล้ชิด

ผลประกอบการย้อนหลัง 5 ปียังขาดทุนต่อเนื่อง

ย้อนดูผลประกอบการย้อนหลัง 5 ปี

  • ปี 2568 รายได้ 666.5 ล้านปอนด์ ขาดทุนสุทธิ 33 ล้านปอนด์
  • ปี 2567 รายได้ 661.8 ล้านปอนด์ ขาดทุนสุทธิ 113 ล้านปอนด์
  • ปี 2566 รายได้ 648.4 ล้านปอนด์ ขาดทุนสุทธิ 35 ล้านปอนด์
  • ปี 2565 รายได้ 583.2 ล้านปอนด์ ขาดทุนสุทธิ 154 ล้านปอนด์
  • ปี 2564 รายได้ 494.1 ล้านปอนด์ ขาดทุนสุทธิ 124 ล้านปอนด์

ปี 2568 ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทำรายได้พุ่งทะยานไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะดีลสปอนเซอร์ที่ยังคงหลั่งไหลเข้ามา แต่ในอีกมุมหนึ่ง บริษัทยังคงเผชิญภาวะขาดทุนสุทธิและมีกำไรต่อหุ้น (EPS) ติดลบมาอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักหนีไม่พ้นภาระค่าเหนื่อยนักเตะระดับท็อปที่แบกไว้มหาศาล บวกกับค่าใช้จ่ายของทีมงาน โค้ช และต้นทุนการบริหาร ทำให้แม้รายได้จะมากแค่ไหน แต่กำไรกลับยังไม่ยอมมาให้เห็นเสียที

อย่างไรก็ตาม ในงบมีการบันทึก "รายการพิเศษ" สูงถึง 36.6 ล้านปอนด์ โดยส่วนหนึ่งเป็นค่าชดเชยจากการเลิกจ้างมูลค่า 16.9 ล้านปอนด์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแยกทางกับอดีตผู้จัดการทีม เอริก เทน ฮาก และทีมงานสตาฟฟ์โค้ชก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ยังมีหนี้สินรวมอยู่ที่ 637 ล้านปอนด์ (ณ 30 มิ.ย. 68) ซึ่งภาระดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมทางการเงินในปีที่ผ่านมาสูงถึง 21.2 ล้านปอนด์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คอยฉุดรั้งไม่ให้สโมสรพลิกกลับมามีกำไรได้ง่ายๆ

แผนปรับโครงสร้าง หวังพลิกฟื้นการเงิน

ต่อจากนี้สิ่งที่ต้องจับตามองคือการเดินหน้า Transformation Plan อย่างจริงจัง มาตรการหลักมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนองค์กร ปรับโครงสร้างพนักงาน และควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีขนาดองค์กรที่กระชับมากที่สุด แน่นอนว่าการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง แม้แบรนด์จะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่หุ้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็มีปัจจัยเฉพาะตัวที่ชัดเจนมาก ซึ่งปัจจุบันบริษัทยังไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้นักลงทุน และความสามารถในการทำกำไรที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองกันอีกยาว พูดง่ายๆ คือนี่ไม่ใช่หุ้นแนวปลอดภัยหรือ Defensive ที่ซื้อทิ้งไว้กินปันผลชิลๆ แต่เป็นหุ้นที่มี Story และ Sentiment เข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนราคา ซึ่งนักลงทุนกำลังเดิมพันกับอนาคตของทีมฟุตบอลไปพร้อมกัน