รฟท. เปิดตัวรถดีเซลราง KIHA 40/48 ทดลองวิ่งเส้นทางดอนเมือง-อยุธยา เริ่ม 20 เมษายน นี้
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมเปิดให้บริการรถโดยสารดีเซลรางรุ่นใหม่ “KIHA 40 และ KIHA 48” ในรูปแบบ Feeder เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจะเริ่มทดลองให้บริการตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569 เป็นต้นไป เป็นระยะเวลา 6 เดือน จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569
รายละเอียดการให้บริการและเส้นทาง
รถดีเซลรางทั้งสองรุ่นนี้จะวิ่งในเส้นทาง ดอนเมือง - พระนครศรีอยุธยา - ดอนเมือง โดยจะเปิดให้บริการในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ไป-กลับ รวมทั้งหมด 6 ขบวนต่อวัน จุดหยุดรับส่งผู้โดยสารประกอบด้วย 8 สถานีและ 1 ที่หยุดรถ ได้แก่
- สถานีดอนเมือง
- สถานีรังสิต
- สถานีเชียงราก
- ที่หยุดรถมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- สถานีเชียงรากน้อย
- สถานีคลองพุทรา
- สถานีบางปะอิน
- สถานีบ้านโพ
- สถานีอยุธยา
เส้นทางนี้ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงที่สถานีรังสิต และท่าอากาศยานดอนเมือง รวมถึงรองรับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ในพื้นที่
การปรับปรุงรถและวัตถุประสงค์
รถดีเซลราง KIHA 40 และ KIHA 48 จำนวน 20 คัน ได้รับมอบจากบริษัท East Japan Railway Company (JR East) ประเทศญี่ปุ่น และได้ผ่านการปรับปรุงระบบต่างๆ อย่างสมบูรณ์แล้ว 6 คัน เพื่อให้พร้อมให้บริการ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรฟท. เปิดเผยว่า การปรับปรุงครอบคลุมระบบเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และภายในห้องโดยสาร เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร เช่น การติดตั้งระบบปรับอากาศ ห้องน้ำระบบปิด และพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ
วัตถุประสงค์หลักของการให้บริการนี้คือเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงที่ราคาพลังงานปรับสูงขึ้น เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ลดความแออัดของการจราจร และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะทางรางให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการไม่ต่ำกว่า 1,000 คนต่อวัน
แผนการในอนาคต
ภายหลังการทดลองให้บริการเป็นเวลา 6 เดือน การรถไฟแห่งประเทศไทยจะมีการประเมินผลเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการในระยะต่อไป โดยมุ่งหวังที่จะยกระดับระบบคมนาคมทางรางให้เป็นโครงข่ายหลักของประเทศอย่างยั่งยืน
ผู้โดยสารสามารถซื้อตั๋วโดยสารได้ที่สถานีรถไฟ และติดตามรายละเอียดตารางเดินรถและอัตราค่าโดยสารเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย”



