กรมเจ้าท่า-ผู้ประกอบการเรือคลองแสนแสบ ย้ำยังไม่ขึ้นค่าโดยสาร จับตาราคาดีเซลใกล้ชิด
กรมเจ้าท่า-ผู้ประกอบการเรือคลองแสนแสบ ย้ำยังไม่ขึ้นค่าโดยสาร

กรมเจ้าท่าและผู้ประกอบการเรือคลองแสนแสบยืนยันยังไม่ปรับขึ้นค่าโดยสาร จับตาราคาดีเซลใกล้ชิด

วันนี้ (18 มีนาคม 2569) นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่าได้ปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการควบคุมค่าโดยสารในช่วงที่สถานการณ์พลังงานโลกผันผวน เพื่อดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบ โดยได้หารือร่วมกับนายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการบริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบ ซึ่งยืนยันว่าปัจจุบันยังจัดเก็บค่าโดยสารในอัตราเดิมตามที่กำหนดไว้ ไม่มีการปรับขึ้นราคา แม้ว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีความผันผวนอย่างต่อเนื่องก็ตาม

ยึดสูตรขั้นบันไดอัตราค่าน้ำมันเป็นเกณฑ์หลัก

นายกริชเพชร กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับเปลี่ยนอัตราค่าโดยสารในอนาคตจะต้องเป็นไปตามกลไกที่กำหนดไว้ หรือที่เรียกว่า สูตรขั้นบันไดอัตราค่าน้ำมัน ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญคือ ราคาน้ำมันขายปลีกหน้าปั๊มจะต้องอยู่ในช่วงเกณฑ์ที่กำหนดติดต่อกันไม่น้อยกว่า 10 วัน จึงจะสามารถพิจารณาปรับอัตราค่าโดยสารได้ หลักเกณฑ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการปรับขึ้นราคาโดยไม่เหมาะสม และลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

นอกจากนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวยังใช้บังคับครอบคลุมทั้งเรือโดยสารในกรุงเทพมหานครและในส่วนภูมิภาค โดยผู้ประกอบการไม่สามารถปรับขึ้นค่าโดยสารได้เอง หากราคาน้ำมันยังไม่เข้าเงื่อนไขตามเพดานราคาที่กำหนด และต้องยึดราคาน้ำมันหน้าปั๊มเป็นเกณฑ์อ้างอิงหลัก เพื่อสร้างความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เอกชนเผยผู้โดยสารลดลง เหลือวันละ 30,000 คน

ด้านนายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการบริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด กล่าวว่า ในระยะสั้น โดยเฉพาะภายในสัปดาห์นี้ จะยังไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยสารอย่างแน่นอน แม้ว่าต้นทุนพลังงานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก็ตาม โดยเงื่อนไขสำคัญในการปรับขึ้นค่าโดยสาร 1 บาท จะเกิดขึ้นเมื่อราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงเกิน 33 บาทต่อลิตร เพราะหากราคาน้ำมันปรับขึ้น แต่ค่าโดยสารไม่ปรับขึ้นตาม สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนค่าแรงงาน ซึ่งถือเป็นภาระสำคัญ โดยปัจจุบันมีพนักงานกว่า 250 คน

นายเชาวลิต ยังเปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ผันผวน ส่งผลกระทบให้ปริมาณผู้โดยสารมีแนวโน้มลดลง จากเดิมที่ใช้บริการประมาณ 40,000 คนต่อวัน ขณะนี้เหลือเพียง 30,000 คนต่อวัน สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงนโยบายการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของผู้ประกอบการ

เอกชนขอรัฐพิจารณาโครงสร้างต้นทุนอย่างรอบด้าน

นายเชาวลิต กล่าวต่อว่า ภาคเอกชนมีข้อจำกัดในการแบกรับภาระขาดทุนเมื่อเทียบกับหน่วยงานรัฐ จึงต้องการให้ภาครัฐพิจารณาโครงสร้างต้นทุนอย่างรอบด้าน ทั้งในด้านพลังงานและค่าแรง เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน ขณะนี้ผู้ประกอบการได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด และหากราคาปรับตัวถึงเกณฑ์ที่กำหนด จะมีการพิจารณาปรับอัตราค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง โดยยืนยันว่าจะสื่อสารล่วงหน้าเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด

ทั้งนี้ การควบคุมค่าโดยสารในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระทรวงคมนาคมที่มุ่งลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก และดูแลประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน