ประธานสหพันธ์ขนส่งทางบกฯ ชี้ 'ไอ้โม่ง' ปั่นข่าวน้ำมันฉวยโอกาส ประชาชนเดือดร้อนหนัก
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. กลุ่มเครือข่ายรถบรรทุก 13 สมาคมภายใต้นามสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ได้รวมตัวกันบริเวณถนนสุขุมวิทใกล้ทางเข้าท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจและผลกระทบจากวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันและการขาดแคลนน้ำมันที่กำลังเกิดขึ้น นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรวมตัวในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสะท้อนความเดือดร้อนของผู้ประกอบการขนส่งและภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
ข้อเท็จจริงเบื้องหลังวิกฤตน้ำมัน
นายทองอยู่ ระบุว่า สาเหตุหลักของการประท้วงเกิดจากความไม่พอใจต่อข้อมูลของภาครัฐที่อ้างว่าน้ำมันขาดแคลนในบางพื้นที่เนื่องจากรถขนส่งน้ำมันไม่ไปขนส่งน้ำมัน ซึ่งทางสหพันธ์ได้ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่เป็นความจริง ปัญหาที่แท้จริงมาจากการบริหารจัดการน้ำมันของภาครัฐที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการจัดสรรโควตาและช่วงเวลาการปล่อยน้ำมันจากคลังที่ไม่สอดคล้องกับระบบขนส่ง
นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของวิกฤตในครั้งนี้ โดยเชื่อว่ามีกลุ่มทุนพลังงานหรือที่เรียกว่า 'ไอ้โม่ง' อยู่เบื้องหลังการปั่นข่าวราคาน้ำมันเพื่อหาประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชน อาจมีการสร้างสถานการณ์ตื่นตระหนกผ่านการกักตุนและข้อมูลที่ไม่ชัดเจนจากภาครัฐ ส่งผลให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อกลุ่มธุรกิจพลังงาน กลุ่มทุนในตลาดหลักทรัพย์ และนายทุนการเมือง
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม
นายทองอยู่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการขนส่งทั่วประเทศกว่า 140,000 ราย และมีรถบรรทุกประมาณ 1.5 ล้านคัน โดยเป็นสมาชิกสหพันธ์ราว 400,000 คัน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจที่ทำหน้าที่ขนส่งสินค้าทุกประเภท ทั้งอุปโภค บริโภค อุตสาหกรรม และการเกษตร วิกฤตน้ำมันในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการตัดเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ ส่งผลให้ราคาสินค้าแพงขึ้นและประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก
เขายังชี้ให้เห็นถึงความไม่เป็นธรรม โดยตั้งคำถามว่า ตั้งแต่ช่วงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จนถึงปัจจุบัน น้ำมันที่มีอยู่ในคลังเป็นน้ำมันสต็อกเก่าจากโรงกลั่นเก่า ทำไมจึงต้องขึ้นราคาและใช้กองทุนน้ำมันมาพยุงราคา ซึ่งมองว่าเป็นการฉวยโอกาสที่ไม่ควรเกิดขึ้นในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ รัฐบาลจำเป็นต้องให้คำตอบที่ชัดเจนต่อสาธารณชน
ข้อเรียกร้องและมาตรการในอนาคต
ทางสหพันธ์ฯ ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลแล้ว 8 ข้อ ซึ่งยืนยันว่าเป็นข้อเสนอที่สามารถดำเนินการได้ทั้งหมด แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม นายทองอยู่ กล่าวว่า หากภาครัฐยังไม่มีการตอบสนอง จะมีการประชุมเพื่อพิจารณามาตรการยกระดับการเคลื่อนไหวต่อไป
เขายังวิจารณ์รัฐบาลอย่างรุนแรงว่า 'หน่อมแน้ม บริหารจัดการไม่เป็น แล้วมาโทษคนโน้นคนนี้' พร้อมย้ำว่า รัฐบาลอย่าล้อเล่นกับความตายและความเดือดร้อนของประชาชน ต้องสร้างความเป็นธรรมและไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนเกินกว่าข้อเท็จจริง วิกฤตน้ำมันขาดตลาดในครั้งนี้หนักกว่าทุกครั้งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เช่น ในปี 2526 และ 2551 ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
ในท้ายที่สุด นายทองอยู่ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาและตรวจสอบการกระทำของกลุ่มทุนที่อาจแสวงหาประโยชน์จากสถานการณ์ เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตการณ์ลุกลามและกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป



