กระทรวงคมนาคมสั่งคุมเข้มอัตราค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ หลังราคาพลังงานผันผวน
คมนาคมคุมเข้มค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ หลังพลังงานผันผวน

กระทรวงคมนาคมประกาศควบคุมอัตราค่าโดยสารขนส่งสาธารณะอย่างเข้มงวด หลังราคาพลังงานผันผวน

วันนี้ (7 มีนาคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้ควบคุมอัตราค่าโดยสารของระบบขนส่งสาธารณะอย่างเคร่งครัด หลังเกิดความผันผวนเรื่องราคาพลังงานจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการขนส่งทั่วประเทศ

จัดตั้งวอร์รูมติดตามผลกระทบและกำกับดูแลผู้ประกอบการ

กระทรวงคมนาคมได้ให้จัดตั้งวอร์รูมพิเศษเพื่อติดตามผลกระทบจากราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด พร้อมกำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่งทุกประเภทให้คิดค่าโดยสารหรือค่าขนส่งสินค้าตามอัตราที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการให้ตรึงอัตราค่าโดยสารในช่วงที่รัฐบาลยังตรึงราคาน้ำมันดีเซลภายในประเทศ และให้ประเมินความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะรถจักรที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซล เพื่อเตรียมแนวทางบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า

เพดานราคาค่าโดยสารยังใช้เกณฑ์เดิมจากปี 2565

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ขณะนี้เพดานราคาค่าโดยสารของรถโดยสารสาธารณะยังใช้มาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งคำนวณจากต้นทุนราคาน้ำมันที่ 30 บาทต่อลิตร กรมฯ ได้ออกคำสั่งให้ขนส่งแต่ละจังหวัดตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในประเด็นความมั่นคงของพลังงานและราคา เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงวิกฤต พร้อมสั่งการให้ออกมาตรการสำหรับการรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร การขนส่งผู้โดยสาร และการขนส่งสินค้าทางถนน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สมาคมแท็กซี่ไทยเรียกร้องมาตรการช่วยเหลือระยะสั้น

ด้านนายวิฑูรย์ แนวพานิช นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือระยะสั้น หากสถานการณ์ราคาพลังงานยืดเยื้อ โดยระบุว่า ราคาค่าโดยสารแท็กซี่ถูกตรึงเอาไว้มานานหลายปี แต่ภาคธุรกิจยังอยู่ได้จากการช่วยเหลือของภาครัฐในอดีต อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่เห็นความชัดเจนว่ารัฐบาลมีแผนรับมืออย่างไร รวมถึงมาตรการเยียวยาระยะสั้นที่จำเป็นอย่างเร่งด่วน

นายวิฑูรย์ยังเปิดเผยว่า ผู้ประกอบการรถแท็กซี่กำลังพยายามเปลี่ยนรถเป็นรถไฟฟ้า (อีวี) จากรถแท็กซี่ทั้งหมดที่ให้บริการอยู่ พบว่า:

  • รถที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซแอลพีจีมากที่สุดประมาณร้อยละ 70
  • รถที่ใช้เชื้อเพลิงเอ็นจีวีร้อยละ 20
  • รถไฟฟ้าร้อยละ 10

คาดว่าภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ปริมาณการใช้รถอีวีในภาคขนส่งสาธารณะจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความกดดันจากราคาพลังงานและนโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาล