รมช.คมนาคมสั่งศึกษาความเหมาะสมโอนย้ายสนามบินให้ ทอท. ย้ำไม่ให้กระทบสนามบินเล็ก
รมช.คมนาคมสั่งศึกษาความเหมาะสมโอนย้ายสนามบินให้ ทอท.

วันนี้ (7 พ.ค.2569) นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าแนวคิดการโอนย้ายสนามบินในสังกัดของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ได้แก่ สนามบินกระบี่ อุดรธานี และบุรีรัมย์ ให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. บริหาร ว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมตามมติคณะรัฐมนตรีเดิม และยังไม่มีข้อสรุปว่าจะโอนหรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณาทั้งภาระการลงทุน สถานการณ์เศรษฐกิจ และความพร้อมของ ทอท. โดยเฉพาะมูลค่าสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีเรื่องตะวันออกกลาง ซึ่งมีผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนเกี่ยวข้อง

อธิบดีกรมท่าอากาศยานชี้ผลกระทบต่อสนามบินเล็ก

นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ระบุว่า การโอนย้ายสนามบินต้องพิจารณาผลกระทบต่อการบริหารสนามบินขนาดเล็กทั่วประเทศ เนื่องจากปัจจุบันใช้โมเดลสนามบินใหญ่ช่วยเลี้ยงสนามบินเล็ก เพื่อให้ทุกสนามบินดำเนินงานได้ตามมาตรฐานเดียวกัน แม้บางแห่งไม่สามารถสร้างผลกำไรได้ แต่ยังมีความสำคัญด้านความมั่นคงและการให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

มาตรการช่วยเหลือสายการบินจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง

จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนน้ำมันและสายการบิน กรมท่าอากาศยานได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการสายการบิน โดยลดค่าจอดอากาศยานลง 50% เป็นระยะเวลา 6 เดือน มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สายการบินที่ได้รับผลกระทบสามารถนำเครื่องบินมาจอดพักเพื่อลดภาระต้นทุน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นโยบายยกระดับสนามบินภูมิภาค

นายภัทรพงศ์ยังมอบนโยบายแก่กรมท่าอากาศยาน โดยเน้นยกระดับสนามบินภูมิภาคทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับการท่องเที่ยว การขนส่งสินค้า และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ โดยทย. จะเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น การขยายความยาวรันเวย์ในบางสนามบินเพื่อรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ รวมถึงเพิ่มจำนวนสล็อตการบิน รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมผลักดันให้แต่ละสนามบินมีอัตลักษณ์และบทบาททางเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งด้านโลจิสติกส์ คาร์โก้ และการท่องเที่ยว

การใช้ระบบไบโอเมตริกซ์ในสนามบินภูมิภาค

สำหรับการยกระดับเทคโนโลยี ทย. เตรียมนำระบบไบโอเมตริกซ์เข้ามาใช้ในสนามบินภูมิภาค โดยระยะแรกจะเริ่มที่สนามบินกระบี่และอุดรธานีก่อน เนื่องจากมีเที่ยวบินระหว่างประเทศจำนวนมาก เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและระบบรักษาความปลอดภัยให้เป็นมาตรฐานสากล คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ภายในปี 2570 นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาระบบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า และระบบรักษาความปลอดภัยด้านการบิน เพื่อเพิ่มความสะดวกและลดระยะเวลาการให้บริการผู้โดยสาร

แผนลงทุนขยายรันเวย์และสร้างสนามบินใหม่

สำหรับแผนลงทุนระยะต่อไป ทย. อยู่ระหว่างศึกษาการขยายรันเวย์ที่สนามบินบุรีรัมย์ แพร่ ชุมพร ระนอง และสนามบินตรัง รวมถึงสำรวจพื้นที่และประเมินมูลค่าทรัพย์สิน เพื่อเตรียมเสนอของบประมาณในอนาคต ขณะเดียวกันยังมีแผนศึกษาก่อสร้างสนามบินใหม่อีก 4 แห่ง ได้แก่ มุกดาหาร สตูล พะเยา และพัทลุง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการศึกษาและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ส่วนโครงการสนามบินบึงกาฬ ขณะนี้ผ่านการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นแล้ว และอยู่ระหว่างสำรวจทรัพย์สินและที่ดิน เพื่อกำหนดกรอบวงเงินลงทุนก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ

การเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะสู่สนามบิน

กระทรวงคมนาคมยังให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะเข้าสู่สนามบิน เพื่อลดค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยทย. สนับสนุนให้รถโดยสารสาธารณะเข้าจอดรับ-ส่งหน้าอาคารผู้โดยสารได้โดยตรง รวมถึงพัฒนาศูนย์ขนส่งเชื่อมต่อสนามบินในบางพื้นที่ เช่น สุราษฎร์ธานี และอุบลราชธานี เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเชื่อมต่อรถโดยสาร รถแท็กซี่ และสนามบินได้สะดวกมากขึ้น

การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบิน

ในด้านการหารายได้ ทย. เตรียมผลักดันการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบินมากขึ้น แต่ยังติดข้อจำกัดเรื่องสัญญาเช่าพื้นที่ปัจจุบันที่มีระยะเวลาเพียง 3 ปี ซึ่งอาจไม่จูงใจเอกชนลงทุนระยะยาว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหารือกับกรมธนารักษ์เพื่อขยายระยะเวลาสัญญาเช่าเป็น 5-10 ปี