ขนส่งฯ ประกาศปรับขึ้นค่าโดยสารรถบัสและรถตู้ หลังน้ำมันแพงขึ้น
กรมการขนส่งทางบกได้มีมติสำคัญในการปรับขึ้นค่าโดยสารสำหรับการขนส่งผู้โดยสารทางถนน โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 19 เมษายน 2569 นี้ หลังเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการขนส่ง
รายละเอียดการปรับขึ้นค่าโดยสาร
นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า การปรับขึ้นค่าโดยสารครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างรายได้และต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่ราคาน้ำมันดีเซลยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งมีสัดส่วนถึง 45% ของต้นทุนการขนส่งทั้งหมด
สำหรับอัตราการปรับขึ้นค่าโดยสารใหม่ มีดังนี้:
- รถโดยสารระหว่างเมือง ประเภทรถบัส: ปรับขึ้น 5 บาทต่อ 100 กิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับ 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร
- รถโดยสารระหว่างเมือง ประเภทรถตู้: ปรับขึ้น 2 บาทต่อ 100 กิโลเมตร
การปรับขึ้นนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2569 เป็นต้นไป หลังจากที่ผ่านมาไม่มีการปรับค่าโดยสารมาเป็นเวลานาน
มาตรการชั่วคราวช่วงสงกรานต์
นายฐิติพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีการเดินทางหนาแน่น ทางกรมการขนส่งทางบกได้ร่วมกับ บขส. จัดทำมาตรการชั่วคราวเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน โดยจะคงค่าโดยสารเดิมสำหรับรถโดยสารของ บขส. และรถร่วมบริการอื่นๆ ระหว่างวันที่ 6 ถึง 19 เมษายน 2569
มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายและไม่เกิดความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าโดยสารในช่วงเทศกาลสำคัญ ดังนั้น อัตราค่าโดยสารใหม่จะเริ่มใช้จริงในวันที่ 19 เมษายน 2569 หลังสิ้นสุดมาตรการชั่วคราวนี้
ผลกระทบต่อภาคการขนส่งสินค้า
นอกจากภาคขนส่งผู้โดยสารแล้ว กรมการขนส่งทางบกยังได้จัดทำดัชนีอ้างอิงต้นทุนการขนส่งสินค้าตามราคาน้ำมันดีเซล เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกลางในการเจรจาระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ให้บริการขนส่งสินค้า
ดัชนีนี้จะช่วยให้การปรับอัตราค่าขนส่งรอบใหม่เป็นไปอย่างเป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะจากปัจจัยราคาน้ำมันที่ผันผวน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของต้นทุนการขนส่งทั้งหมด
การประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางได้เห็นชอบกับการปรับขึ้นค่าโดยสารครั้งนี้ เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการลดเที่ยววิ่งหรือปฏิเสธการให้บริการ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนการขนส่ง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง



