ไทยแอร์เอเชียประกาศปรับลดเที่ยวบินลงร้อยละ 30 ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน พ.ศ. 2569 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 300 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ประกอบกับเป็นช่วงที่ปริมาณการเดินทางชะลอตัวตามปกติ ส่งผลให้ต้องระงับเส้นทางบินไปยังประเทศอินเดียชั่วคราว รวมถึงปรับลดความถี่เที่ยวบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อย่างไรก็ตาม สายการบินยืนยันว่าฐานการบินที่ท่าอากาศยานดอนเมืองยังคงให้บริการครอบคลุมทุกเส้นทางตามปกติ
ผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น
นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า สายการบินมีความจำเป็นต้องประกาศปรับลดเที่ยวบินในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2569 ซึ่งครอบคลุมเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ลงประมาณร้อยละ 30 เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยมีสาเหตุหลักจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก นอกจากนี้ ช่วงกลางปียังเป็นช่วงที่ปริมาณการเดินทางชะลอตัวตามปกติ หรือที่เรียกว่าโลว์ซีซั่น ซึ่งส่งผลให้อัตราการขนส่งผู้โดยสารหรือแคบินแฟกเตอร์ลดลง
ที่ผ่านมา สายการบินได้พยายามปรับตัวและบริหารจัดการต้นทุนอย่างเต็มความสามารถ แต่เมื่อต้นทุนที่แท้จริงสูงขึ้น การปรับราคาค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการเดินทางและอัตราการขนส่งผู้โดยสารที่ลดลง เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างรัดกุม จึงจำเป็นต้องปรับลดความถี่และยกเลิกเที่ยวบินชั่วคราวในหลายเส้นทางที่ไม่คุ้มทุน
รายละเอียดเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ
เพื่อเป็นการรักษาปริมาณที่นั่งให้เพียงพอต่อความต้องการเดินทาง สายการบินได้ปรับแผนการบินทั้งในและต่างประเทศ ดังนี้
เส้นทางภายในประเทศ (สุวรรณภูมิ)
ปรับลดตารางบินลง โดยคงไว้เฉพาะเส้นทางบินตรง สุวรรณภูมิ-เชียงใหม่ และ สุวรรณภูมิ-ภูเก็ต ในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน
เส้นทางภายในประเทศ (ดอนเมือง)
ยังคงให้บริการครบทุกเส้นทางตามปกติ แต่จะมีการปรับความถี่ของเที่ยวบินให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้โดยสาร
เส้นทางระหว่างประเทศ
ยกเลิกเที่ยวบินชั่วคราวในตลาดอินเดียเป็นหลัก เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีต้นทุนการดำเนินงานสูงและไม่สามารถทำราคาค่าโดยสารที่คุ้มทุนได้ ส่วนตลาดจีน เอเชียตะวันออก และอาเซียน ยังคงพยายามประคองการดำเนินงานต่อไป พร้อมกลับมาเพิ่มเที่ยวบินหากสถานการณ์คลี่คลาย
แผนในอนาคต
นายไพรัชล์ย้ำว่า ไทยแอร์เอเชียได้ปรับกลยุทธ์การตลาดให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น พร้อมติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกและดีมานด์การท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด หากในอนาคตสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และปริมาณความต้องการเดินทางมีแนวโน้มฟื้นตัว สายการบินก็พร้อมที่จะนำแผนเพิ่มเที่ยวบินกลับมาให้บริการอย่างรวดเร็วเช่นกัน



