นามยง–แหลมฉบังเฟส 3 พัฒนาท่าเรือรถยนต์ใหญ่สุดในไทย สู่สมาร์ทพอร์ต
นามยง–แหลมฉบังเฟส 3 ท่าเรือรถยนต์ใหญ่สุด สู่สมาร์ทพอร์ต

นามยงและแหลมฉบังเฟส 3 ก้าวสำคัญของท่าเรือไทย

สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะผู้บริหารหลักสูตร "ผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 3" หรือ Young 3 โดยสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ร่วมกับสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน ภายใต้การสนับสนุนของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย หอการค้าไทย-จีน และ China Media Group ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่ "บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน)" ณ ท่าเทียบเรือ A5 ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และ "โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3" ซึ่งเป็นโครงการถมทะเลและชายฝั่งภายใต้งบลงทุน 21,320 ล้านบาท เพื่อสร้างท่าเทียบเรือแบบ Smart & Green Port

นามยง เทอร์มินัล ผู้นำด้านท่าเรือรถยนต์

นามยงดำเนินธุรกิจนำเข้าและส่งออกรถยนต์ โดยใช้ท่าเทียบเรือแบบ Roll-on/Roll-off ซึ่งเป็นท่าเรือเฉพาะสำหรับเรือบรรทุกรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่กว่า 1 ล้านตารางเมตร ความยาวหน้าท่าสามารถรองรับเรือขนส่งขนาดใหญ่ได้พร้อมกันถึง 3 ลำ เทียบเท่ารถยนต์ปีละ 1.2 ล้านคัน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่รองรับการจอดรถยนต์ที่เตรียมส่งออกและนำเข้าได้สูงสุดถึง 15,000 คัน ทำให้มีส่วนแบ่งตลาดสำหรับการส่งออกรถยนต์มากกว่า 80% และยังมีพื้นที่ให้เช่าจอดรถยนต์เตรียมพร้อมก่อนส่งออกและนำเข้าได้ถึง 49,006 คัน ส่งผลให้ท่าเรือนามยงกลายเป็นท่าเรือใหญ่อันดับ 2 ของเอเชีย นอกจากนี้ยังเป็นท่าเทียบเรือรถยนต์แห่งแรกในไทยที่ได้รับรองมาตรฐานสากล ทั้งระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และระบบการจัดการชีวอนามัยและความปลอดภัย OHSAS 18001 ล่าสุดยังร่วมทุนกับ NYK บริษัทเดินเรือจากญี่ปุ่น เปิดให้บริการท่าเทียบเรือที่ 3

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 พัฒนาสู่สมาร์ทพอร์ต

โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 เป็นโปรเจกต์ใหญ่ของ "การท่าเรือแห่งประเทศไทย" (กทท.) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อขนส่งสินค้าไปยังกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และจีนตอนใต้ รวมทั้งผลักดันให้ท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือชั้นนำของโลก หลังจากดูงานถึงไซต์ก่อสร้าง พบว่ามีการถมทะเลและชายฝั่งรวม 2,846 ไร่ หรือ 4.5 ล้านตารางเมตร เพื่อเตรียมทำเป็นท่าเทียบเรือขนาดใหญ่และทันสมัย แม้ล่าสุดการถมทะเลคืบหน้ากว่า 96% แต่ล่าช้ากว่ากำหนดเดิมที่ต้องส่งมอบพื้นที่ให้บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด (จีพีซี) ในเดือนพฤศจิกายน 2568 เพื่อให้เริ่มก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง อาคาร และติดตั้งระบบท่าเรือ เพื่อเปิดให้บริการท่าเรือ F ในปี 2571 คาดว่าการเปิดให้บริการต้องเลื่อนออกไปเป็นปี 2573

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

Green & Smart Port แห่งแรกของไทย

ข้อมูลจาก กทท. ระบุว่า หากเปิดให้บริการแล้ว ท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 จะกลายเป็น Green & Smart Port แห่งแรกของไทย เนื่องจากจะนำระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ โดยตั้งเป้าหมายรองรับตู้สินค้าผ่านท่าได้ปีละ 18.10 ล้านทีอียู ตู้สินค้าทางรถไฟปีละ 6 ล้านทีอียู และสามารถรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่พิเศษได้อย่างปลอดภัย ที่สำคัญโครงการนี้จะช่วยให้ EEC ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยมากขึ้น เนื่องจากมีระบบขนส่งที่เชื่อมโยงทั้งเรือ ราง และถนน และยังเชื่อมโยงสู่ท่าเรืออื่นในภูมิภาคอีกด้วย ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งรวมของไทยจาก 14% เป็น 12% ของ GDP หรือประหยัดค่าขนส่งได้ราว 250,000 ล้านบาท