สหพันธ์ขนส่งฯ เตรียมปรับค่าขนส่งพุ่ง 20% หลังรัฐขึ้นราคาดีเซล 6 บาท
ขนส่งฯ เตรียมปรับค่าขนส่ง 20% หลังดีเซลขึ้น 6 บาท

วิกฤตน้ำมันดีเซลพุ่ง 6 บาท สหพันธ์ขนส่งฯ เตรียมปรับค่าขนส่งเพิ่ม 20%

สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยเผยวิกฤตหนักหลังรัฐบาลปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลพรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ต้นทุนภาคขนส่งพุ่งสูงขึ้นทันทีเกือบ 20% ซึ่งเป็นภาระที่แบกรับไม่ไหวอีกต่อไป

ต้นทุนขนส่งพุ่งสูง กระทบผู้ประกอบการอย่างรุนแรง

นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การปรับขึ้นราคาดีเซลครั้งนี้สร้างผลกระทบรุนแรงต่อภาคขนส่ง เนื่องจากต้นทุนค่าน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 45-50% ของต้นทุนการขนส่งทั้งหมด โดยตามหลักเกณฑ์ หากราคาน้ำมันปรับขึ้นทุก 1 บาท จะทำให้ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มขึ้นประมาณ 3%

"ดังนั้นการที่น้ำมันขึ้นราคาถึง 6 บาทในครั้งนี้ จึงทำให้ต้นทุนภาคขนส่งพุ่งสูงขึ้นทันทีประมาณ 18-20% ซึ่งเป็นภาระที่หนักเกินกว่าจะแบกรับไว้ได้อีกต่อไป" นายทองอยู่ กล่าว พร้อมย้ำว่า สหพันธ์ฯ เตรียมจัดประชุมสมาชิกในวันพรุ่งนี้ (27 มีนาคม 2569) เพื่อพิจารณาการปรับขึ้นค่าขนส่งให้สะท้อนกับต้นทุนที่แท้จริง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

วิเคราะห์ราคาจริงและมาตรการช่วยเหลือจากรัฐ

นายทองอยู่ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า หากพิจารณาจากต้นทุนที่แท้จริงโดยรวมเงินที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยอุดหนุนอยู่ประมาณ 27 บาท จะพบว่าราคาน้ำมันดีเซลที่แท้จริงพุ่งสูงถึงกว่า 66 บาทต่อลิตรไปแล้ว สำหรับมาตรการช่วยเหลือภาคขนส่งจากภาครัฐนั้น ทางสหพันธ์ฯ เห็นด้วยกับแนวทางที่รัฐจะใช้การช่วยเหลือแบบผ่านการโอนเงินชดเชยเข้าบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) ให้แก่ผู้ประกอบการโดยตรง เหมือนกับโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งจะมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากกว่า

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

วิจารณ์มาตรการ B20 ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน

ในส่วนประเด็นการส่งเสริมให้ใช้น้ำมัน B20 ที่มีราคาถูกกว่า B7 ประมาณ 5 บาทต่อลิตรนั้น นายทองอยู่ มองว่ามาตรการนี้อาจไม่จูงใจและไม่สามารถช่วยลดต้นทุนภาคขนส่งได้จริง เนื่องจากน้ำมัน B20 มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์ม ซึ่งมีราคาสูง การนำของแพงมาผสมกับของแพงจึงไม่น่าจะทำให้ราคาถูกลงได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดด้านเทคนิคของเครื่องยนต์ โดยน้ำมัน B20 อาจใช้ได้กับรถรุ่นเก่าที่เป็นยูโร 1 หรือยูโร 2 แต่สำหรับรถบรรทุกรุ่นใหม่โดยเฉพาะมาตรฐานยูโร 5 (Euro 5) จะไม่สามารถใช้งานได้เลยเพราะส่งผลกระทบต่อระบบการสันดาปภายในเครื่องยนต์และสร้างความเสียหายตามมา

"ดังนั้นน้ำมัน B20 จึงอาจจะช่วยได้เพียงภาคอุตสาหกรรม การเกษตร หรือพาณิชยกรรมบางส่วนเท่านั้น แต่สำหรับภาคการขนส่งทางบกถือว่าไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืนในการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานในครั้งนี้" นายทองอยู่ กล่าวทิ้งท้าย