นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประกาศนโยบายสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางถนนของประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรและส่งเสริมการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว
ปิดตำนานก่อสร้างพระราม 2 สิ้นปี 2569
นายพิพัฒน์ยืนยันว่า โครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ทั้งทางด่วนและถนนสายหลัก จะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานแบบไร้สิ่งกีดขวางภายในสิ้นปี 2569 นี้ หลังจากที่ประชาชนต้องเผชิญกับปัญหาการก่อสร้างมายาวนาน การดำเนินการนี้จะช่วยให้การเดินทางลงใต้เป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วขึ้นอย่างมาก
เร่งเครื่องมอเตอร์เวย์ M6 และ M82
สำหรับมอเตอร์เวย์สาย M6 ช่วงบางปะอิน-นครราชสีมา กรมทางหลวงยืนยันว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบทั้งขาไปและขากลับในช่วงปีใหม่ 2570 หรือประมาณปลายปี 2569 ซึ่งจะเป็นของขวัญให้ประชาชน โดยไม่มีการเก็บค่าผ่านทางในช่วงแรก
ส่วนมอเตอร์เวย์ M82 ช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว หรือสายพระราม 2 โครงสร้างหลักจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2569 และเปิดให้บริการภายในเดือนสิงหาคม 2569 โดยจะทยอยเปิดจุดขึ้น-ลงตามความพร้อม คาดว่าเปิดครบถ้วนภายในปลายปีเดียวกัน และจะให้ประชาชนใช้บริการฟรีประมาณ 2 ปี ก่อนเริ่มเก็บค่าผ่านทางในปี 2573 ภายใต้รูปแบบ PPP
โครงการใหม่ MR1 แก้ไขน้ำท่วมและขนส่ง
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการ MR1 ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบผสมผสานระหว่างถนน ระบบราง และทางน้ำ โดยมีเส้นทางเชื่อมจากภาคเหนือผ่านนครปฐมไปออกอ่าวไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในฤดูน้ำหลาก และรองรับการขนส่งสินค้า เช่น ข้าว มันสำปะหลัง หิน และทราย ผ่านระบบขนส่งทางน้ำควบคู่กับรางและถนน
แผนระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
นายพิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงฯ ได้หารือกับกระทรวงการคลังถึงแนวทางการระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน TFF หรือการนำโครงการเข้าระดมทุนในตลาดทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพการลงทุนของหน่วยงาน เช่น กรมทางหลวงและการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยเน้นว่าโครงการต้องสามารถสร้างรายได้ เช่น ค่าผ่านทาง เพื่อดึงดูดนักลงทุน
การดำเนินการตามนโยบายนี้จะช่วยให้การเดินทางและการขนส่งในภาคใต้และพื้นที่อื่นๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดปัญหาการจราจร และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน



