กระทรวงคมนาคมย้ำเตือนผู้โดยสารทุกท่านว่า การพูดคำต้องห้าม เช่น ระเบิด ปืน ก่อการร้าย ในสนามบินหรือบนเครื่องบิน แม้จะเป็นการพูดเล่น ก็มีโทษทางกฎหมายที่รุนแรง โดยอาจถูกจำคุกสูงสุด 5 ถึง 10 ปี และปรับสูงสุดถึง 600,000 บาท
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมชี้แจงข้อควรระวัง
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้เน้นย้ำให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับผู้โดยสารถึงความสำคัญของการใช้คำพูดภายในท่าอากาศยานและบนอากาศยาน โดยเฉพาะการกล่าวอ้างถึงวัตถุอันตรายหรือสถานการณ์ฉุกเฉินที่เป็นเท็จ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยและแผนการบิน
นายภัทรพงศ์ยังได้เปิดเผยรายการคำต้องห้ามที่ห้ามพูดล้อเล่นในสนามบิน ได้แก่
- ระเบิด เช่น “มีระเบิดในกระเป๋า”
- ปืนหรืออาวุธ
- การปล้นหรือการก่อการร้าย
- คำที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาดร้ายแรง
แม้การพูดคำเหล่านี้จะเป็นเพียงการหยอกล้อกับเพื่อนฝูงหรือไม่มีเจตนากระทำผิดจริง แต่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล ซึ่งอาจทำให้เที่ยวบินต้องหยุดชะงัก ล่าช้า หรือต้องยกเลิกเที่ยวบิน และผู้พูดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
กฎหมายเข้มงวด โทษหนักทั้งจำทั้งปรับ
การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ. 2558 โดยมีบทลงโทษดังนี้
- กรณีแจ้งข้อความเท็จจนผู้อื่นตื่นตกใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- กรณีการกระทำนั้นเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานในระหว่างบริการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรการคุมเข้ม ติดป้ายเตือนทั่วสนามบิน
นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ระบุว่า ได้สั่งการให้ท่าอากาศยานในสังกัดทุกแห่งดำเนินการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศในจุดที่สังเกตเห็นได้ง่าย เช่น เคาน์เตอร์เช็คอินและจุดตรวจค้น รวมถึงมีการประกาศเสียงตามสายอย่างต่อเนื่อง
“เราขอความร่วมมือผู้โดยสารให้ระมัดระวังการใช้คำพูด และปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเดินทางของทุกคนเป็นไปด้วยความราบรื่นและปลอดภัยสูงสุด” นายดนัยกล่าวทิ้งท้าย



