ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือระหว่างกระทรวง อว. และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเดลฟต์ (Delft University of Technology) ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคน การศึกษา และการวิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ระหว่างไทยและเนเธอร์แลนด์
6 กรอบความร่วมมือสำคัญ
กรอบความร่วมมือประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่
- การพัฒนาทุนมนุษย์และกำลังคน ได้แก่ ทุนปริญญาโท 2 ปี พร้อมโครงการวิจัย 1 ปี ทุนปริญญาโทควบเอก 5 ปี สำหรับนักศึกษาที่มีศักยภาพสูง สายการฝึกอบรมโดยผู้เชี่ยวชาญระดับสูง โครงการ Beethoven หลักสูตรครึ่งปีด้านเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์สำหรับอุตสาหกรรม การอบรมและให้คำปรึกษาออนไลน์ และโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการ
- โครงการวิจัยและนวัตกรรมร่วม ครอบคลุมสาขาที่เป็นจุดแข็งของ TU Delft เช่น ไมโครอิเล็กทรอนิกส์และการออกแบบวงจรรวม signal processing และ DSP electromagnetics/sub-THz และ RF เครื่องมือวัดด้านควอนตัม/cryogenic และดาราศาสตร์ เทคโนโลยีเซนเซอร์ เรดาร์และเทคโนโลยีอวกาศ advanced packaging และ heterogeneous integration ตลอดจน bioelectronics
- การพัฒนาระบบนิเวศ IC Design TU Delft เสนอช่วยจัดตั้งศูนย์ออกแบบชิปแบบ fabless ฝึกอบรมเมธอดวิทยาการออกแบบ และปรับหลักสูตรมหาวิทยาลัยให้สอดรับกับความต้องการของอุตสาหกรรมไทย
- นวัตกรรม Advanced Packaging ซึ่งเป็นด้านที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง พร้อมจัดตั้งห้องปฏิบัติการวิจัยร่วม เพื่อยกระดับตำแหน่งของไทยในกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง และสร้างทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศ
- ความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยี เชื่อมโยงกับผู้เล่นระดับโลก เช่น NXP, ASML และ imec
- ระบบนิเวศผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพ มุ่งต่อยอดงานวิจัยสู่ธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมอนาคต
เป้าหมายผลิตกำลังคน 8.4 หมื่นคน
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า การพัฒนาทุนมนุษย์คือรากฐานของยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์ไทย โดยแผนปฏิบัติการระยะที่ 1 (ปี 2569–2573) ตั้งเป้าผลิตกำลังคนทักษะสูงราว 84,900 คน และนักวิจัยอีก 1,780 คน เพื่อปิดช่องว่างกำลังคนที่ภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและหุ่นยนต์ต้องการกว่า 226,000 คนใน 5 ปีข้างหน้า
ภารกิจเยือนเนเธอร์แลนด์
ก่อนหน้านี้ ระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน ศ.ดร.ยศชนัน ได้พบปะกับนักวิชาชีพและนักเรียนไทยในไอนด์โฮเฟิน เพื่อขยายมุมมองให้ไทยเป็นพันธมิตรร่วมสร้าง (Deep Tech Creator) นอกจากนี้ ยังได้เยือนเนเธอร์แลนด์ในรอบกว่า 10 ปี ถอดโมเดล Brainport เจรจากับ ASML และ TU/e เพื่อดึงไทยร่วมซัพพลายเชนโลก พร้อมนำทีม BOI และสถานทูตฯ วางแผนดึงดูด 30 สตาร์ทอัพและสเกลอัปของเนเธอร์แลนด์ด้วยโมเดล Open Innovation ดันไทยเป็นศูนย์กลางดีพเทคแห่งอาเซียน และหารือกับ AXELERA AI ซึ่งเตรียมเยือนไทยในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกรกฎาคม
จับมือ University of Twente และเยี่ยมชม SMART Photonics
นอกจากนี้ ยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ University of Twente สถาบันวิจัยชั้นนำด้านนาโนเทคและโฟโตนิกส์ โดยมอบหมายให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร (MUT) เป็นหน่วยปฏิบัติการหลักจัดตั้ง Joint Lab เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ และปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมโรงงาน SMART Photonics โรงงานผลิตชิปโฟโตนิกส์ระดับโลก โดยรองนายกฯ มองว่า การสร้างโรงงานชิปโฟโตนิกส์ใช้เงินลงทุนราว 5,600 ล้านบาท น้อยกว่าโรงงานเซมิคอนดักเตอร์แบบดั้งเดิมที่ต้องใช้เงินถึง 160,000 ล้านบาท หรือน้อยกว่าถึง 30 เท่า ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและเป็นไปได้สำหรับประเทศไทย



