ศุภจีหารือ WIPO ดัน IP Finance เพิ่มโอกาสธุรกิจสร้างสรรค์เข้าถึงแหล่งทุน
ศุภจีหารือ WIPO ดัน IP Finance เพิ่มโอกาสธุรกิจสร้างสรรค์

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าหารือทวิภาคีกับนายดาเรน ทัง ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ณ สำนักงานใหญ่ WIPO นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างไทยกับ WIPO รวมถึงผลักดันบทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ

เน้นย้ำนโยบาย IP Finance

ไทยเน้นย้ำนโยบายการวางรากฐานระบบนิเวศที่ส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน (IP Finance) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจสร้างสรรค์และนวัตกรรมเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา มีกำหนดจัดกิจกรรมอบรมเพิ่มศักยภาพด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2569 และมีแผนจัดทำ Pilot Project IP Finance Thailand ในช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน 2569 เพื่อวางรากฐานการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินในระยะยาว

WIPO ชื่นชมแนวทางไทย

ผู้อำนวยการใหญ่ WIPO ชื่นชมแนวทางการดำเนินงานของไทย และแสดงความพร้อมสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการและเทคนิคอย่างเต็มที่ ทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ การส่งผู้เชี่ยวชาญหรือพี่เลี้ยงมาร่วมสนับสนุนการพัฒนาโครงการนำร่อง IP Finance Thailand และเห็นว่าระบบของไทยมีศักยภาพพัฒนาเป็นต้นแบบการประยุกต์ใช้ IP Finance ในระดับภูมิภาคได้ หากได้รับการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านการเงิน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หารือเรื่องสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

ทั้งสองฝ่ายหารือถึงแนวทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน โดยไทยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การนำ GI มาส่งเสริมสินค้าไทยผ่านมิติด้านอาหาร วัฒนธรรม แฟชั่น และการออกแบบ ตลอดจนการใช้การทูตวัฒนธรรมและการสร้างแบรนด์ประเทศเพื่อยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในเวทีระหว่างประเทศ

กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญากับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและความยั่งยืน โดยเมื่อชุมชนและผู้ผลิตมีการปรับตัว พัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือยกระดับมาตรฐานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแล้ว ภาครัฐจำเป็นต้องมีบทบาทในการช่วยสร้างโอกาสทางการค้าและหาตลาดรองรับ เพื่อให้การพัฒนาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

GI ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการคุ้มครองสิทธิเท่านั้น แต่ควรเชื่อมโยงกับเครื่องหมายการค้า การออกแบบ การตลาด การสร้างแบรนด์ และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าในตลาดโลก โดยเฉพาะสินค้าชุมชนและสินค้าหัตถกรรมที่มีเรื่องราว อัตลักษณ์ และคุณค่าทางวัฒนธรรม ซึ่งหากได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมจะสามารถยกระดับสู่การเป็นสินค้าพรีเมียมได้ พร้อมยกตัวอย่างความร่วมมือของ WIPO ในหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนา GI ควบคู่กับการสร้างแบรนด์และการออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

เตรียมความพร้อมเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮก

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมของไทยในการเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮก (Hague Agreement) ว่าด้วยการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างประเทศ โดยปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติสิทธิบัตรเพื่อรองรับการดำเนินการตามความตกลงดังกล่าว

ไทยขอรับการสนับสนุนจาก WIPO ในการฝึกปฏิบัติงานจริงร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศสมาชิกที่มีระบบการตรวจประเมินคล้ายคลึงกับไทย อาทิ เกาหลีใต้ และเวียดนาม รวมถึงการสนับสนุนด้านเทคนิคในการแปลคู่มือระบบเฮกเป็นภาษาไทย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องและประชาชน ให้สามารถใช้ประโยชน์จากระบบดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เกี่ยวกับ WIPO

องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เป็นองค์การระหว่างประเทศภายใต้องค์การสหประชาชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2510 มีภารกิจส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาทั่วโลก ปัจจุบันมีประเทศสมาชิก 192 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกเมื่อปี พ.ศ. 2532 โดย WIPO ดูแลความตกลงระหว่างประเทศด้านทรัพย์สินทางปัญญารวม 26 ฉบับ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ การออกแบบอุตสาหกรรม และลิขสิทธิ์