USTR ยังระบุย่านการค้าไทย 1 แห่งละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูง แม้แพลตฟอร์มออนไลน์หลุดรายชื่อ
USTR ระบุย่านค้าไทย 1 แห่งละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูง

USTR ยังคงระบุย่านการค้าไทย 1 แห่งอยู่ในรายชื่อตลาดละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูง แม้แพลตฟอร์มออนไลน์หลุดรายงาน

สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้เผยแพร่รายงานตลาดที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลกปี 2568 หรือ Notorious Markets ซึ่งปรากฏรายชื่อตลาดออนไลน์ 37 แห่ง และย่านการค้า 32 แห่งใน 19 ประเทศ สำหรับประเทศไทย แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของไทยไม่ปรากฏชื่อในรายงานปีนี้ แต่ยังคงมีศูนย์การค้า 1 แห่งที่อยู่ในกลุ่มย่านการค้าที่มีการละเมิดสูงต่อเนื่องจากปี 2567

กรมทรัพย์สินทางปัญญาเร่งปราบปรามเชิงรุกต่อเนื่อง

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า แม้ยังมีชื่อของย่านการค้าไทยปรากฏอยู่ แต่ผู้มีส่วนได้เสียชื่นชมกรมทรัพย์สินทางปัญญา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เพิ่มความถี่และความเข้มข้นในการปราบปราม โดยเฉพาะสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ค้าและผู้บริโภคเกี่ยวกับผลกระทบของสินค้าปลอม ขณะที่เจ้าของสิทธิ์และศูนย์การค้ายกเลิกสัญญาเช่ากับผู้เช่าที่ถูกจับกุมในข้อหาละเมิด และปิดร้านขายสินค้าละเมิดจำนวนมาก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความพยายามลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดยังคงมีอยู่

ยังคงมีความพยายามลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดอยู่ เช่น การจำหน่ายผ่านแผงลอยชั่วคราว หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ซึ่งภาครัฐและภาคเอกชนยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับความเข้มข้นในการปราบปรามการละเมิด ไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดรายใหญ่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เหตุผลที่แพลตฟอร์มออนไลน์ไทยหลุดรายชื่อ

สำหรับสถานการณ์ในตลาดออนไลน์ ที่ไม่ปรากฏชื่อแพลตฟอร์มของไทยในรายงานปีนี้ เพราะกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ขอความร่วมมือแพลตฟอร์มลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้แจ้งและระงับการจำหน่ายสินค้าละเมิดอย่างทันท่วงที และยกระดับมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล

ไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

นางอรมน กล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพราะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และพร้อมนำปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วน

พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจผู้ค้า ผู้ประกอบการ และประชาชน ไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนสินค้าปลอม ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และกระทบต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของประเทศ หากพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา แจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1368 หรือเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา