บสย.-ธนานุเคราะห์ จับมือแก้หนี้นอกระบบ ส่งต่อผู้จำนำสู่แหล่งทุนสร้างอาชีพ
บสย.-ธนานุเคราะห์ จับมือแก้หนี้นอกระบบ ส่งต่อผู้จำนำสู่แหล่งทุน

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมกับสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการ Micro SMEs และผู้จำนำ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้มากขึ้น พร้อมแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีนายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการใหญ่ บสย. และนายประสงค์ พันธ์ลิมา ผู้อำนวยการ สธค. ร่วมลงนาม

เป้าหมายลดหนี้นอกระบบ เพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ

ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นให้กลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่มอาชีพอิสระ และผู้จำนำ สามารถเปลี่ยนจากการจำนำทรัพย์สินไปสู่การขอสินเชื่อในระบบได้อย่างยั่งยืน โดยทั้งสองหน่วยงานจะบูรณาการข้อมูลและส่งต่อลูกค้าระหว่างกันอย่างเป็นระบบ ตั้งเป้ายกระดับผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และลดปัญหาหนี้ครัวเรือน

บริการความรู้ทางการเงินและคำปรึกษาฟรี

บสย. จะสนับสนุนความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) ให้บริการตรวจสุขภาพทางการเงิน และจองคิวขอรับคำปรึกษาผ่าน LINE OA: @tcgfirst โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กลุ่มลูกค้าของ สธค. สามารถไถ่ถอนทรัพย์สินที่จำนำคืน และต่อยอดสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ จากนั้นจึงขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยมี บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กิจกรรมต่อเนื่องตลอดปี

ในปีนี้ บสย. และ สธค. จะจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การอบรมความรู้ทางการเงิน เตรียมความพร้อมก่อนเป็นผู้ประกอบการ และการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินหมุนเวียน โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นวิสาหกิจชุมชน จังหวัดพิษณุโลก การจัดฝึกอบรมอาชีพควบคู่กับการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการและเงินทุน ในชุมชนคลองเปรมประชากร และการส่งต่อลูกค้าผู้ประกอบการประวัติชำระดีระหว่างสองหน่วยงานให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มขึ้น

นายสิทธิกรกล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้กลไกและความเชี่ยวชาญของทั้งสองฝ่าย ขณะที่นายประสงค์เสริมว่าการส่งต่อผู้จำนำสู่แหล่งทุนในระบบจะช่วยให้กลุ่มเปราะบางมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง