เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของนโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้า โดยระบุว่าขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้เสนอเรื่องการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อยแล้ว โดยเสนอให้กำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมที่ 17 - 45 บาท และจัดเก็บค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว ขณะนี้อยู่ระหว่างการเวียนขอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ต่อไป
สาระสำคัญของแผนตั๋วร่วม 3 ส่วนหลัก
แผนดังกล่าวประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่
- การกำหนดเพดานราคาค่าโดยสาร ที่ 17 - 45 บาท
- การให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) โอนทรัพย์สินและหนี้สิน ของรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทอง มาให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริหารจัดการแบบ Single Ownership
- การมอบหมายให้กระทรวงการคลังหาผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการรายได้ (Clearing House) จากผู้ที่มีความพร้อมอยู่แล้ว แทนการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ เพื่อประหยัดงบประมาณ
แนวทางการซื้อสัมปทานคืน
นายสิริพงศ์กล่าวถึงการบริหารจัดการสัญญาสัมปทานที่ต้องซื้อคืนจากเอกชนว่า สัญญาที่ใกล้หมดอายุจะไม่มีการเจรจาซื้อคืน แต่จะรอให้สิ้นสุดตามกำหนด ส่วนสัญญาที่มีระยะเวลานานจะพิจารณารูปแบบการระดมทุน เช่น การใช้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) หรือ TFF หรือการออกพันธบัตรโดย รฟม. เพื่อให้ได้เงินมาบริหารจัดการโดยไม่ให้กระทบต่อหนี้สาธารณะของประเทศ
เป้าหมายปี 2570
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าหมายจะเริ่มใช้ระบบตั๋วร่วมเต็มรูปแบบให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2570



