เมียนมาควบคุมส่งออกข้าวหวังสกัดเงินเฟ้อหลังค่าเงินจัตอ่อนหนัก
เมียนมาควบคุมส่งออกข้าวหวังสกัดเงินเฟ้อหลังค่าเงินจัตอ่อนหนัก

รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศควบคุมการส่งออกข้าวอย่างเข้มงวด โดยอนุญาตให้ส่งออกได้เพียง 1.5 ล้านตันต่อปี ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่ส่งออกถึง 2.5 ล้านตัน มาตรการนี้มีผลทันทีเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่รุนแรงและภาวะขาดแคลนข้าวในประเทศ หลังค่าเงินจัตอ่อนค่าลงถึง 40% ในรอบปีที่ผ่านมา

สาเหตุของมาตรการควบคุมการส่งออกข้าว

นายกรัฐมนตรีเมียนมา พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เปิดเผยว่า การควบคุมการส่งออกข้าวเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าภายในประเทศ โดยเฉพาะข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของประชาชน ราคาข้าวในตลาดเมียนมาพุ่งสูงขึ้นกว่า 30% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตลดลงจากน้ำท่วมและความไม่สงบในพื้นที่เกษตรกรรม

นอกจากนี้ ค่าเงินจัตที่อ่อนค่าลงอย่างมากทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าจำเป็น เช่น ปุ๋ยและน้ำมันดีเซลสูงขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรผลิตข้าวได้น้อยลงและมีต้นทุนสูงขึ้น การส่งออกข้าวจำนวนมากในปีก่อนทำให้เกิดภาวะขาดแคลนในประเทศ รัฐบาลจึงต้องจำกัดปริมาณการส่งออกเพื่อให้มีข้าวเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจเมียนมา

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจากธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออกของเมียนมาซึ่งพึ่งพาข้าวเป็นสินค้าหลัก โดยในปี 2022 เมียนมาส่งออกข้าวมูลค่ารวมกว่า 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การลดปริมาณการส่งออกจะทำให้เมียนมาสูญเสียรายได้ประมาณ 40% หรือราว 480 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเมียนมาให้เหตุผลว่าการรักษาเสถียรภาพราคาและความมั่นคงทางอาหารในประเทศสำคัญกว่า โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อสูงถึง 30% ในเดือนมิถุนายน 2023 ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อประเทศผู้นำเข้าข้าว

มาตรการควบคุมการส่งออกข้าวของเมียนมาจะส่งผลกระทบต่อประเทศผู้นำเข้าข้าวรายสำคัญ เช่น จีน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ซึ่งนำเข้าข้าวจากเมียนมาเป็นจำนวนมาก โดยจีนเป็นผู้นำเข้าข้าวเมียนมารายใหญ่ที่สุด คิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของการส่งออกข้าวทั้งหมดของเมียนมา

นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI) กล่าวว่า การลดปริมาณการส่งออกของเมียนมาจะทำให้ราคาข้าวในตลาดโลกสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิและข้าวขาวที่เมียนมาเป็นผู้ผลิตสำคัญ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า

แนวโน้มและมาตรการเพิ่มเติม

รัฐบาลเมียนมายังมีแผนจะออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อควบคุมการส่งออกสินค้าเกษตรอื่นๆ เช่น ถั่วและข้าวโพด ซึ่งมีราคาสูงขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ ยังจะเร่งนำเข้าข้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทย และเวียดนาม เพื่อเสริมปริมาณข้าวในสต็อกของรัฐบาล

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลจะตรวจสอบและปราบปรามการกักตุนข้าวอย่างเข้มงวด โดยผู้ที่ฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าราคาข้าวในประเทศจะลดลงและประชาชนสามารถเข้าถึงข้าวในราคาที่เหมาะสม