กระทรวงการคลังออกประกาศแจ้งเตือนถึงผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "บัตรคนจน" ให้เร่งดำเนินการลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยมีเวลาเหลือเพียง 5 วันสุดท้าย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น. สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์เดิมและประสงค์จะเข้าร่วมโครงการรอบใหม่ จำเป็นต้องลงทะเบียนยืนยันสิทธิ์ทุกคน เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ช่องทางการยืนยันสิทธิ์
โครงการได้เปิดช่องทางรองรับไว้ถึง 5 ช่องทาง ได้แก่
- ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง
- ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ
- เว็บไซต์หลักของโครงการ: https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th
- ผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย
- ยื่นลงทะเบียน ณ หน่วยรับลงทะเบียนของ 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารออมสิน, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) โดยเปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคารและแต่ละสาขา
ไทม์ไลน์โครงการ
- วันที่ 4-21 มิ.ย. 2569: เปิดให้ลงทะเบียน
- วันที่ 17 ก.ค. 2569: ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ
- วันที่ 17 ก.ค. 2569 – 12 ม.ค. 2570: ยืนยันตัวตน
- วันที่ 1 ส.ค. 2569: เริ่มต้นใช้สิทธิ
คุณสมบัติและเกณฑ์การพิจารณา
ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้
- เป็นผู้มีสัญชาติไทย
- มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน
- ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้: ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช; ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน หรือผู้ต้องกักขัง; บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ; นักเรียน นักศึกษา; ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐที่ได้รับค่าตอบแทนโดยตรง เว้นแต่ได้รับค่าตอบแทนไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี; ผู้รับบำเหน็จรายเดือน; ผู้รับบำนาญปกติหรือเบี้ยหวัด; ข้าราชการการเมือง; สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา; หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทตามฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า; ผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์; ผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติตราสารหนี้; ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญที่จ่ายเบี้ยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป; บิดามารดาหรือบุตรที่ถูกใช้สิทธิลดหย่อน; คู่สมรสที่ถูกใช้สิทธิลดหย่อน
- มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
- มีรายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
- ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน หรือมีมูลค่ารวมไม่เกิน 100,000 บาท (เงินฝาก สลากออมสิน ฯลฯ)
- ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินรวมทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท
- ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์เกินเกณฑ์ เช่น ห้องชุดไม่เกิน 35 ตร.ม. ที่ดินบ้านไม่เกิน 25 ตร.ว. เป็นต้น
- ไม่เป็นผู้มีบัตรเครดิต
- ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ ยกเว้นรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี รถสามล้อ รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน
ทั้งนี้ ฐานข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติจะเป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด ส่วนผู้ที่เป็นเกษตรกร หมายถึงผู้ที่มีรายชื่อในฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ หรือได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน



