กรมการค้าภายใน ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน โดยเชื่อมต่อข้อมูลระบบ GPS รถบรรทุกแบบเรียลไทม์ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนย้ายสินค้าเกษตรเถื่อน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดทับราคาพืชผลของเกษตรกรไทย
ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับการตรวจสอบ
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเชื่อมโยงข้อมูลระบบ DLT GPS ของกรมการขนส่งทางบก เข้ากับระบบขนย้ายสินค้าควบคุมทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมการค้าภายใน ผ่าน API Web Service แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยให้การกำกับดูแลสินค้าเกษตรมีความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ณ กรมการค้าภายใน โดยมีนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ร่วมลงนามด้วย
คุมเข้ม 9 สินค้าเกษตรสำคัญ ปกป้องรายได้เกษตรกร
ปัจจุบัน กรมการค้าภายในมีภารกิจกำกับดูแลสินค้าเกษตรควบคุม 9 รายการสำคัญ อาทิ น้ำมันปาล์ม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง กระเทียม และหอมหัวใหญ่จากต่างประเทศ เพื่อป้องกันการลักลอบกักตุนหรือขนย้ายผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาพืชผลของเกษตรกรไทยตกต่ำ
ข้อมูลจากกรมการค้าภายในระบุว่า ในแต่ละปีมีการออกใบอนุญาตขนย้ายสินค้าเกษตรควบคุมสูงถึง 450,000 – 500,000 ฉบับ และมีรถบรรทุกในระบบกว่า 20,000 คัน การเชื่อมฐานข้อมูลในครั้งนี้จะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามเส้นทางรถบรรทุกได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ลดช่องโหว่การใช้เอกสารเท็จ และช่วยวิเคราะห์แนวโน้มการเคลื่อนย้ายสินค้าได้ล่วงหน้า
เล็งขยายผลจัดระเบียบแท็กซี่มิเตอร์และค่าโดยสาร
นอกเหนือจากการปกป้องสินค้าเกษตรแล้ว ทั้งสองหน่วยงานยังเตรียมขยายความร่วมมือไปสู่การคุ้มครองผู้บริโภคในด้านการคมนาคม โดยนายวิทยากรชี้แจงว่า ในระยะต่อไปจะบูรณาการกำกับดูแลค่าบริการขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะการตรวจสอบการคิดค่าโดยสารแท็กซี่มิเตอร์ให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด
การแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกจะช่วยสนับสนุนการตรวจสอบข้อร้องเรียนของประชาชน ติดตามพฤติกรรมการกระทำผิดซ้ำ เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค และสร้างมาตรฐานความเป็นธรรมในการให้บริการ
เตือนโทษหนักลักลอบขนย้ายสินค้าเกษตร
ในตอนท้าย นายวิทยากรได้ย้ำเตือนผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบการขออนุญาตขนย้ายสินค้าเกษตรควบคุมอย่างเคร่งครัด โดยผู้ที่ฝ่าฝืนจะมีโทษทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด คือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความร่วมมือระหว่างกรมการค้าภายในและกรมการขนส่งทางบกในครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ของการทำงานภาครัฐเชิงรุก ที่นำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาบูรณาการข้ามหน่วยงาน เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง



