ไทยเร่งดันสินค้า GI สู่ตลาดญี่ปุ่น พร้อมแผนขยายฐานพรีเมียมและความร่วมมือทางปัญญา
ไทยดันสินค้า GI บุกตลาดญี่ปุ่นเต็มกำลัง (12.03.2026)

ไทยผลักดันสินค้า GI สู่ตลาดญี่ปุ่นอย่างเต็มกำลัง ส่งเสริมเศรษฐกิจต่อเนื่อง

กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้าในการผลักดันสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทยเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่น โดยประสบความสำเร็จในการขึ้นทะเบียนแล้ว 3 รายการ และอยู่ระหว่างยื่นคำขอเพิ่มเติมอีก 4 รายการ พร้อมแผนยกระดับสู่ตลาดพรีเมียมและความร่วมมือทางปัญญาอย่างใกล้ชิดกับญี่ปุ่น

ความสำเร็จและแผนขยายสินค้า GI ไทยในญี่ปุ่น

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า ไทยได้ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ในญี่ปุ่นแล้ว 3 รายการ ได้แก่ กาแฟดอยตุง และ กาแฟดอยช้าง จากจังหวัดเชียงราย รวมถึง สับปะรดห้วยมุ่น จากจังหวัดอุตรดิตถ์ นอกจากนี้ กรมได้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนสินค้า GI เพิ่มอีก 4 รายการต่อประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ มะขามหวานเพชรบูรณ์, กล้วยหอมทองหนองบัวแดง จากจังหวัดชัยภูมิ, มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก และเตรียมยื่น ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ในอนาคตอันใกล้

ในทางกลับกัน ญี่ปุ่นมีสินค้า GI ที่ขึ้นทะเบียนในไทยแล้วถึง 6 รายการ เช่น เนื้อโกเบ, เนื้อคาโงชิมะ, เมลอนยูบาริ และ เชอรี่ฮิกาชิเนะ ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ทางการค้าที่แข็งแกร่งระหว่างสองประเทศ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แผนยกระดับสู่ตลาดพรีเมียมและความร่วมมือเชิงลึก

กรมทรัพย์สินทางปัญญามีแผนยกระดับสินค้า GI ไทยสู่ตลาดพรีเมียมในญี่ปุ่นผ่านกลยุทธ์เชิงรุก โดยได้เริ่มหารือกับห้างสรรพสินค้า สยามทาคาชิมายะ เพื่อเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้า GI ไทยในญี่ปุ่น และสินค้า GI ญี่ปุ่นในไทย พร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกัน เช่น งานแสดงสินค้าและนิทรรศการ เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ กรมยังได้หารือกับ นายอัตสึชิ ซูกินากะ หัวหน้าสำนักงานส่งออกและกิจการระหว่างประเทศ กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น (MAFF) เพื่อยกระดับความร่วมมือในการส่งเสริมสินค้า GI ร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นแลกเปลี่ยนประสบการณ์เชิงเทคนิคด้านข้อกำหนดการขึ้นทะเบียนและการแก้ไขอุปสรรค

ความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมดิจิทัล

กรมทรัพย์สินทางปัญญายังได้หารือกับ นายคาไซ ยาสุยูกิ หัวหน้าสำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่น (JPO) เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือใหม่ๆ เช่น โครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลผลการตรวจสอบสิทธิบัตร (Patent Prosecution Highway) และโครงการ Prior Art Search ซึ่งจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการพิจารณาคำขอสิทธิบัตร รวมถึงการเตรียมความพร้อมของไทยในการเข้าเป็นภาคีสมาชิกความตกลงกรุงเฮกว่าด้วยการจดทะเบียนระหว่างประเทศด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์

พร้อมกันนี้ กรมได้แสดงความคืบหน้าในการยกระดับบริการสู่ยุคดิจิทัล ผ่านโครงการ Fast Track Plus+ เพื่อเร่งรัดการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และนวัตกรรมดิจิทัล รวมถึงเปิดตัวเครื่องมือช่วยสืบค้นความเหมือนคล้ายเครื่องหมายการค้า AI Image Search และ Trademark Checker ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการสามารถประเมินโอกาสการจดทะเบียนเบื้องต้นด้วยตนเองตลอด 24 ชั่วโมง

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยในการขยายตลาดสินค้า GI สู่ระดับสากล พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมกับญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว