กกร.ปรับจีดีพีปี69เหลือ1.2-1.6% เงินเฟ้อ2-3% เหตุตะวันออกกลางยังวิกฤต
กกร.ปรับGDPปี69เหลือ1.2-1.6% เงินเฟ้อ2-3% ตะวันออกกลางวิกฤต

ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2569 ลงเหลือในช่วงร้อยละ 1.2 ถึง 1.6 จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 1.6 ถึง 2.0 ในขณะเดียวกัน ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเป็นร้อยละ 2.0 ถึง 3.0 จากเดิมที่ร้อยละ 0.2 ถึง 0.7 โดยมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อและไร้สัญญาณการยุติ

ผลกระทบจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง

ที่ประชุม กกร. ซึ่งมีนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นประธาน ได้รับทราบว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 แล้ว และยังไม่เห็นทางออก ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่สามารถกลับมาเดินเรือได้ตามปกติ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีจำเป็นต้องใช้เวลาซ่อมแซม ความเสียหายทางกายภาพดังกล่าวกดดันให้ราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนสินค้า โดยเฉพาะในภาคการบินที่กระทบต่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเที่ยวบินจากตะวันออกกลางมายังประเทศไทย

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรก

เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 2.8 แต่การเติบโตจำกัดอยู่ในบางภาคส่วน โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตดี การเบิกจ่ายของภาครัฐ และการส่งออกที่ขยายตัวสูง โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ที่เติบโตกว่าร้อยละ 45 ติดต่อกัน 12 ไตรมาส อย่างไรก็ตาม การส่งออกยังกระจุกตัวและไม่ส่งผลดีต่อภาคการผลิตอย่างทั่วถึง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อเสนอแนะของกกร.

กกร. เห็นว่าความเสี่ยงจากตะวันออกกลางอาจสูงกว่าที่เห็นในปัจจุบัน จึงควรเร่งการลงทุนปรับโครงสร้างด้านพลังงาน เพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซ รวมถึงเร่งการลงทุนภายใต้แนวคิด Reinvent Thailand เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว

การแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน

กกร. เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น โดยเฉพาะการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวในระยะเร่งด่วน เพื่อป้องกันการหายไปของกำลังแรงงานจำนวนมาก พร้อมทั้งจัดทำแผนบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นระบบในระยะยาว เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านแรงงานและความเชื่อมั่นในการลงทุน

การต่อต้านการทุจริต

กกร. ได้ขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริตเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม โดยเห็นว่าคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนจะช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหาทุจริตแบบบูรณาการ ทั้งการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ กระบวนการอนุญาต และการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มความโปร่งใส ซึ่งจะสนับสนุนเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ในอนาคต