สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศข.) เปิดเผยว่าเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวส่งผลกระทบต่อราคาทุเรียนไทยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 โดยคาดว่าราคาทุเรียนจะปรับตัวลดลงจากความต้องการที่อ่อนแอจากตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย
สถานการณ์ผลผลิตทุเรียนปี 2567
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดเผยว่าผลผลิตทุเรียนในปี 2567 คาดว่าจะอยู่ที่ 1.56 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 12 โดยพื้นที่เก็บเกี่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 1.05 ล้านไร่ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 8
จังหวัดที่มีผลผลิตทุเรียนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จันทบุรี ระยอง ชุมพร ตราด และสุราษฎร์ธานี ซึ่งรวมกันคิดเป็นร้อยละ 80 ของผลผลิตทั้งประเทศ
ปัจจัยกดดันราคาทุเรียน
ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทุเรียนในช่วงครึ่งปีหลังคือเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคจีนลดลง ประกอบกับคู่แข่งอย่างเวียดนามและมาเลเซียก็เพิ่มผลผลิตทุเรียนเช่นกัน ทำให้การแข่งขันในตลาดจีนรุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทั้งค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าแรง ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบจากราคาที่ลดลง
แนวโน้มราคาทุเรียนครึ่งปีหลัง
สศข. คาดว่าราคาทุเรียนในช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะทุเรียนเกรดธรรมดาที่อาจได้รับผลกระทบมากกว่าทุเรียนเกรดพรีเมียม
อย่างไรก็ตาม ราคาทุเรียนยังคงขึ้นอยู่กับคุณภาพและความต้องการของตลาด โดยทุเรียนคุณภาพดีจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐานยังคงมีราคาดี
ข้อเสนอแนะสำหรับเกษตรกร
สศข. แนะนำให้เกษตรกรปรับตัวโดยการลดต้นทุนการผลิต พัฒนาคุณภาพผลผลิต และหาตลาดใหม่ๆ นอกเหนือจากตลาดจีน เช่น ตลาดอาเซียน และตลาดตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ ควรเร่งผลักดันการแปรรูปทุเรียนเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น ทุเรียนอบแห้ง ทุเรียนแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสดเพียงอย่างเดียว



